ตอนยังอยู่เมืองไทย ผมขับรถเป็นส่วนใหญ่ หมายถึงทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์นะครับ จักรยานนี่ก็เอาออกมาขี่ตามโอกาส อย่างขี่ไปทำงาน ขี่ไปเล่นกีฬา ขี่ไปซื้อกับข้าว ขี่ไปออกกำลังกาย

ย้อนไปอีกหน่อย สมัยเริ่มขับรถใหม่ๆ ผมเคยตะโกนด่าคนข้ามถนนที่ข้ามตรงที่ไม่ใช่ทางข้าม ในใจว่า “ทำไมแม่งไม่ข้ามทางม้าลายกันวะ” ด่าไปโดยที่ไม่รู้เลยว่า ตัวเองก็จะไม่จอดรถหรอก เวลาที่เห็นมีคนยืนรอข้ามทางม้าลายอยู่ เพราะไม่คิดว่าจะต้องจอด เพราะตัวเองไม่เคยถูกฝึกมาเลย ไม่มีใครทำให้เห็นเลย ถ้าทำก็จะกลายเป็นเรื่องประหลาดไป โดยไม่รู้ว่าถ้าออกไปนอกประเทศไทย ประเทศอื่นเค้าทำกันเป็นเรื่องปกติ

เมื่ออาทิตย์ที่แล้วผมขับรถไปติดอยู่คันที่สามจากไฟแดงที่สี่แยก ใน Houston, Texas ระหว่างที่เป็นไฟแดง ผมเห็นผู้หญิงสองคนเดินข้ามถนนไปจนสุดแล้ว ไฟก็เปลี่ยนเป็นไฟเขียวพอดี แต่รถคันแรกก็ยังไม่ยอมขยับ

ผมกวาดสายตามองไปที่เกาะกลางถึงได้เห็นว่า มีผู้ชายคนนึงเดินถือไม้เท้า ค่อยๆเดินกระหย่องกระแหย่ง เพิ่งเดินผ่านเกาะกลางมา ไฟก็เปลี่ยนเป็นไฟเขียวได้ซักครู่แล้ว แต่รถทุกคันก็อยู่ในอาการสงบนิ่ง ไม่มีเสียงแตร ไม่มีใครพยายามจะขับแทรกออกมา

จนกระทั่งผู้ชายคนนั้นข้ามไปจนสุดขอบถนน ก้าวขึ้นไปบนทางเท้านั่นแหล่ะครับ คนคันแรกถึงได้เริ่มค่อยๆเคลื่อนตัวออกไป ตลอดหลายวินาทีที่เห็น ผมรู้สึกทึ่งในความรักษาระเบียบมากๆครับ

มันเป็นการรักษาระเบียบที่อยู่บนพื้นฐานของการเคารพสิทธิ์ของกันและกันจริงๆครับ รถคันแรกเคารพสิทธิ์ของคนป่วย คนพิการที่ต้องการเดินข้ามถนน รถคันหลังก็รักษาระเบียบที่ไม่แทรกออกมา รถทุกคนหยุด ทุกอย่างดูสงบนิ่ง สิ่งที่เคลื่อนไหวมีแต่ชายถือไม้เท้าคนนั้นคนเดียวที่ค่อยๆเดิน ทีละเก้า ทีละเก้า ผ่านไป

ลองนึกภาพดู ว่าถ้าสิ่งนี้เกิดขึ้นที่เมืองไทย มันจะเป็นยังไง

รถคันแรกก็อาจจะรีบเร่งออกตัวไปตั้งแต่ชายถือไม้เท้ายังเดินมาไม่ถึง หรือถ้าคันแรกหยุด ก็อาจจะมีมอเตอร์ไซค์พยายามแทรกไปทั้งหน้า ทั้งหลัง รถคันหลังก็จะบีบแตร ทุกอย่างมันคงดูจะโกลาหลวุ่นวายไปหมด

จริงๆแล้วไม่ใช่ว่า เรา ควร หยุดรถให้คนข้ามทางม้าลาย หรอก แต่มันต้องเป็นว่า
เรา “ต้อง” หยุดรถให้คนข้ามทางม้าลาย ต่างหาก

เป็นความจริงที่ผมตกใจ (และประทับใจ) เมื่อมาอยู่อเมริกา คือการได้เห็น รถหยุดตรงทางม้าลาย หยุดแบบไม่ต้องมีสัญญาณอะไรเลยนะครับ เมื่อมีคนเดินมาแล้วต้องการข้าม รถก็หยุดเลย บางทีหยุดก่อนที่คนเดินถนนจะเดินมาถึงทางข้ามเสียด้วยซ้ำ

สิทธิในการใช้ถนนของคนเดินถนนในอเมกา (เท่าที่ผมเห็น) น่าจะมีเท่าๆกับ สิทธิของคนใช้รถเลย (อันนี้ก็คงขึ้นกับเมือง รัฐ ด้วย) เมื่อคนเดินถนนต้องการข้ามถนน ถ้าตรงนั้นไม่มีสัญญาณไฟ คนเดินถนนจะได้สิทธิในการข้ามก่อน รถต้องหยุดให้คนข้ามก่อน แล้วถึงไปต่อได้ แต่ถ้าตรงนั้นมีสัญญาณไฟสำหรับคนข้าม คนเดินถนนก็ต้องหยุดรอจนกระทั่งได้สัญญาณให้ข้ามได้

คนเดินถนนถือว่าตัวเองก็มีสิทธิ์ในเดินลงไปบนถนนได้เมื่อต้องการข้ามถนน เท่าๆกับสิทธิ์ของคนขับรถที่ต้องการขับรถเลย เรียกได้ว่า ถ้าใครมีสิทธิในการใช้ทางตอนนั้น เค้าไม่มีใครรั้งรอกันเลย เหมือนกับว่า วลีที่พูดว่า right of way นั้น อยู่ในหัวของทุกคนเสมอเลย

ที่จอดหน้าห้องสมุด
เงื่อนไขการยืมก็มีว่าต้องใช้บัตรเครดิตรูปแค่นั้น หรือจะสมัครออนไลน์ไปก่อนก็ได้ เค้าจะส่งบัตรสมาชิกมาให้ เวลายืมก็เอาบัตรสมาชิกแปะได้เลย
small 2013-09-08 09.08.03
ตรงจุดจอดข้างพิพิธภัณฑ์นี้เห็นมีนักท่องเที่ยวมาเช่าไปขี่อยู่บ่อยๆ เวลาคืนก็แค่เอาจักรยานเสียบเข้าช่อง รอไฟกระพริบ เป็นอันเสร็จพิธี ส่วนหมวกกันน๊อคเค้าไม่มีให้เช่า เห็นบางคนก็ปั่นแบบไม่มีหมวกก็มี
small 2013-09-08 09.15.57
ปุ่มกดสำหรับข้ามถนนจะอยู่ในระดับประมาณเมตรนิดๆจากพื้น คนที่ใช้รถเข็นหรือเด็กๆก็สามารถกดสบาย จากรูปจะเห็นปุ่มที่มีสองแบบ ด้านซ้ายเป็นปุ่มรุ่นใหม่ที่เมื่อกดแล้วจะมีเสียงดังให้รู้ด้วย
small 2013-09-08 09.10.13
ย่ายที่มีคนใช้ทางเท้ากันเยอะๆใน Houston อย่างเช่น ย่านที่เป็นพิพิธภัณฑ์ หรือ downtown การทำทางลาดเพื่อคนใช้รถเข็นจะ effective มากๆ ทุกแยก(เท่าที่ผมเห็น)ไม่ต้องมีการยกขึ้นลงทางเท้าเลย นอกจากนั้นทางลาดก็จะอยู่ตรงกับทางข้ามพอดี
small 2013-09-08 09.40.09
ส่วนใหญ่สายไฟ สายโทรศัพท์ จะถูกวางอยู่ใต้ดิน เราก็เลยได้มีโอกาสเห็นต้นไม้ที่ถูกปล่อยให้โตได้อย่างนี้อยู่ทั่วไป
small museum of fine art
การออกแบบอาคารหลายแห่ง มีการออกแบบเผื่อไปถึงการใช้งานให้มีความหลากหลายด้วย อย่างเช่น The Museum of Fine Art นี่ ด้านหลังจัดเป็นพื้นที่โล่งที่แสดงงาน installation หลายชิ้น คนที่ปั่นจักรยานไปก็จูงจักรยานเข้าไปดูได้เลย
small 2013-09-08 09.07.42
Houston อาจยังไม่ใช่เมืองที่เป็น bicycle friendly เหมือนเมืองอื่นๆ แต่ส่วนใหญ่แล้วเมืองก็จะออกแบบให้คนสามารถ “เดิน” บนทางเท้าในระทางใกล้ๆได้อย่างค่อนข้างสะดวกสบายทีเดียว ในรูปเป็นบริเวณ ด้านหลังแกลลอรี่ เดินตรงไปก็จะไปพบกับสวนสาธารณะขนาดใหญ่ชื่อ Hermann Park
small 2013-09-08 09.07.28
พอไม่มีสายไฟฟ้า สายโทรศัพท์ เมืองก็ดูสวยขึ้นเยอะเลย
small 2013-09-08 09.07.14
การเลือกตำแหน่งของจุดจอดจักรยานแบบ “แบ่งปัน” แบบนี้ ผมคิดว่ามีจำเป็นมากที่สามารถทำให้คนใช้เชื่อมต่อการเดินทางกับระบบขนส่งมวลชนต่างๆได้อย่างสะดวก จุดจอดข้างพิพิธภัณฑ์นี้สามารถข้ามถนนไปขึ้นรถไฟ light rail เพื่อเข้าไปใน downtown ได้เลย
small 2013-09-08 09.06.59
ของ Houston เป็นของบริษัท B-Cycle ส่วนเมืองอื่นก็อาจเป็นของบริษัทอื่น เช่น Boston เป็น Hubway หน้าตาจักรยาน, จุดจอด วิธีการเช่าก็ต่างกันนิดหน่อย แต่ที่เหมือนกันก็คือ ต้องมีบัตรเครดิต ที่บอสตันนั่น มัดจำไว้ก่อนเลย 100 เหรียญ (ถ้าจำไม่ผิดนะ)
small 2013-09-08 09.06.25
ถ้าเป็นสมาชิกแบบรายปี เค้าจะส่งบัตรสมาชิกไปให้ที่บ้าน เวลาจะใช้ก็แค่เอาบัตรมาแปะที่แท่น ก็สามารถเอารถออกไปใช้ได้เลย
small ปั่นจักรยานใน Houston 001-001
อย่างที่บอกว่า Houston ยังเป็นเมืองที่ให้ความสำคัญกับการใช้รถยนต์มาก ความใส่ใจเรื่องทางเท้าก็ยังมีจุดบอกอยู่บางจุด อย่างป้ายนี้ ผมขี่จักรยานผ่านนี่อยู่ระดับเดียวกับหน้าพอดี แถมเป็นช่วงที่ทางเท้าแคบมาก เวลาขี่ก็ต้องกายกรรมกันนิดนึง
การปั่นมีข้อกำหนดอยู่ว่า จะต้องคืนภายในหนึ่งชั่วโมง แล้วถ้าจะเอาออกมาใช้อีกก็ได้
การปั่นมีข้อกำหนดอยู่ว่า จะต้องคืนภายในหนึ่งชั่วโมง แล้วถ้าจะเอาออกมาใช้อีกก็ได้
รายละเอียดเล็กน้อยที่ทำให้คนใช้รถเข็นหรือคนขี่จักรยานต้องเจอความลำบากเล็กๆน้อยๆ เช่น ทางลาดที่อยู่ไม่ตรงกับทางข้าม
รายละเอียดเล็กน้อยที่ทำให้คนใช้รถเข็นหรือคนขี่จักรยานต้องเจอความลำบากเล็กๆน้อยๆ เช่น ทางลาดที่อยู่ไม่ตรงกับทางข้าม
ที่จอดจะอยู่หลบจากส่วนที่เป็นทางเดินเท้าเข้าไปด้านใน
ที่จอดจะอยู่หลบจากส่วนที่เป็นทางเดินเท้าเข้าไปด้านใน
Advertisements