ปางมะผ้ามีเกสท์เฮ้าส์ขนาดไม่ใหญ่วางตัวเองอยู่บนชายเขาริมน้ำราง ผมไปที่นี่ครั้งแรกเพราะตามเพื่อนไป ตอนนั้นไม่รู้เรืองรู้ราวอะไร ไม่รู้ว่าปางมะผ้าคืออะไร ไกลแค่ไหน อยู่ตรงไหน แม่น้ำรางคืออะไร ถ้ำลอดมีอะไร ลอดไปไหน รู้แค่ว่า “เอาดิ กูไปด้วย” แค่นั้นจริงๆ
.
แต่พอรู้จักแล้วเมื่อสิบกว่าปีก่อน เกือบยี่สิบปีโน่น ก็ตกหลุมเข้ากับความ “ไม่มีอะไรเลย” ของที่นั่น
.
นับจากครั้งแรกที่ไป จนถึงครั้งสุดท้ายก่อนกลับมาอเมกานี่ ก็คงเกือบสิบครั้งไปเรียบร้อยแล้ว
.
ครั้งล่าสุด ไปแบบไม่ได้ตั้งใจ เพราะเพิ่งซื้อมอเตอร์ไซค์ ขี่ไปลำปางไปกลับก็เพิ่งสี่ร้อยกว่ากิโล ยังเหลืออีกตั้งห้าร้อยกิโลกว่าจะพ้นรันอินที่ศูนย์ฯบอกไว้ เลยคิดว่าขี่ไปแม่ฮ่องสอนนี่ล่ะวะถึงห้าร้อยกิโลแน่ๆ
.
เอาเข้าจริง วันที่ออกจากบ้านที่เชียงใหม่ก็ไม่ได้กะว่าจะขี่วนรอบแม่ฮ่องสอนเลยหรอก แต่เพราะพอรถมันขี่สนุก ก็เลยไปถึงแม่สะเรียงได้เร็ว จากเดิมที่กะว่าขี่มาแค่แม่สะเรียงแล้วขี่กลับแค่นั้นก็คงพ้นรันอิน ก็เลยเปลี่ยนใจ ที่ปั้มน้ำมันแม่สะเรียง “เอาวะ เพิ่งสิบโมงกว่าๆ เอาซักรอบเลยละกัน” ก็เลยขี่เลยไปแม่ฮ่องสอนซะเลย
.
ที่ไหนได้ พอออกจากแม่สะเรียงปุ๊บ ก็เจอมหกรรมการ “เผา” แบบ continuous ชนิดไม่หยุดหย่อน บอกใครๆว่า มันเหมือนนขี่รถอยู่ในเตาถ่าน ข้างๆมีถ่านนแดงๆบ้าง กิ่งไม้ที่ปล่อยควันโขมงบ้าง ตลอดทาง
.
ดันทุรังขี่ไปจนถึงแม่ลาน้อย ไม่ไหวแล้วจริงๆ ต้องจอดรถ แต่ก็ไม่ได้ดีขึ้นเท่าไหร่ เพราะมีแค่ควัน หายใจแทบไม่ได้ มันพาลจะหลับเอา สงสัยอ็อกซิเจนจะไม่พอ เลยจอดกินนน้ำแล้วไปต่อ
.
ไปถึงแม่ฮ่องสอนเอาเที่ยง ตอนแรกกะว่าจะนอนแม่ฮ่องสอน แต่ก็มาเปลี่ยนใจอีก “ไหนๆก็มาถึงนี่แล้ว ลุยต่อไปนอนปางมะผ้าเลยละกัน” แต่ตอนนั้นบอกเลย ว่าจริงๆอยากวนรอบกลับบ้านไปนอนเชียงใหม่เลยด้วยซ้ำ
.
พอออกจากแม่ฮ่องสอนจะไปปางมะผ้า ทีนี้ยิ่งแย่กว่าเดิมเข้าไปอีก ถ้าช่วงก่อนเหมือนเตาถ่าน อันนี้คงเป็นเตาถ่านที่ติดไฟเต็มที่เลย ข้างทางมีทั้งแบบไฟกำลังลุกเปรี๊ยะๆ มีทั้งแบบทิ้งควันโขมง ครบสูตร
.
รู้สึกจะไปถึงปางมะผ้าซักบ่ายสามบ่ายสี่ นอนคืนนึง เพราะอาการไอที่กลับมาหลังจากหายไปแล้ว (ซึ่งส่งผลต่อเนื่องไปยังทริปใหญ่สิบวัน อันทำให้ต้องจบทริปแบบยังไม่ถึงจุดหมายที่ตั้งใจ)

.
ปางมะผ้าตรงสบป่องนี่แปลก กลางวันร้อนแค่ไหน กลางคืนกับตอนเช้าก็กลับมาหนาวได้เหมือนเดิม รู้สึกเข้าวันนั้นอุณหภูมิจะเรี่ยๆอยู่แถวๆสิบต้นๆ
.
ถึงการขี่รถจากเชียงใหม่มาจนถึงปางมะผ้าจะไม่ได้เหนื่อยมาก แต่การเห็นแม่น้ำรางตอนเช้าก็ทำให้รู้สึกว่าคุ้มกับการยอมขี่รถไกลอีกหน่อย
.
เคยมีเพื่อนจากกรุงเทพฯโทรถามว่าไปเที่ยวไหนดีแถวเส้นทางแม่ฮ่องสอน ตอนนั้นก็ชั่งใจว่าจะแนะนำที่นี่ดีมั้ย เพราะกลัวจะไม่ถูกจริต แต่ก็ลองดู
.

สองสามวันถัดมาเห็นเพื่อนหายเงียบไป เลยโทรกลับไปถาม “เป็นไง มึงได้เข้าไปนอนที่เกสท์เฮาส์ที่กูบอกป่าว” เพื่อนหัวเราะลั่น “ไม่ไหวว่ะ ไม่ใช่แนวกู” เพื่อนบอกขับรถเข้าไปถึงแล้วถึงกับอึ้ง ยิ่งเดินดูห้องพักแล้วก็ต้องรีบถอย เข้าไปหารีสอร์ทแบบปกติในตัวอำเภอนอน
.
“บ้านจอห์น” , “เคฟลอร์ด” หรือบางคนอาจมีชื่อเรียกไปอย่างอื่น แต่มันก็ที่เดียวกัน ที่พักที่ผมไปบ่อยยิ่งกว่าบ่อย ไปแล้วไม่ต้องคิด ไม่ต้องหวัง(ว่าจะเจออะไรใหม่) ไม่ต้องทำอะไร แค่ไปนอนหายใจทิ้ง ดูแสงอาทิตย์ค่อยๆหมดไปกลางป่า แล้วเสียงจักจั่นก็ค่อยๆดังขึ้น แล้วลมเย็นก็พัดแทรกขึ้นมาตามร่องกระดาน แล้วบางวันก็ได้ยินเสียงคนคุยกันรอบกองไฟกลางลานนบ้าน แล้วตื่นเช้าก็เอากาแฟร้อนดำปี๋ที่มาจากเม็ดกาแฟที่คั่วจนไหม้สาดลงคอ แล้วก็คอยฟังเสียงกระดึงวัวลอยขึ้นมาจากริมน้ำราง
.
แค่นั้นเอง2014-11-07 14.25.17

Advertisements