เมื่อวานผมไปร้านหนังสือ ได้หนังสือกลับมาเล่มนึง ที่ร้านมีชั้นขายแว่นตาแบบหมุนได้วางอยู่ข้างเคาท์เตอร์จ่ายเงิน มีแว่นตาอ่านหนังสือวางเสียบๆอยู่เรียงตามลำดับความ “ยาว”

สำหรับคนที่ไม่เคยเห็นแว่นสายตายาว(แว่นอ่านหนังสือ) หรือไม่เคยสังเกตมาก่อน ว่าแว่นตาอ่านหนังสือมันเป็นยังไง ผมเล่าให้ฟังคร่าวๆละกัน

แว่นอ่านหนังสือ (ผมเรียกมันว่าแว่นสายตายาว) ที่อเมกา (ที่เมืองไทยไม่รู้เหมือนกันนะ เพราะก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยสนใจมาก่อน) เค้าวางขายกันตามซูเปอร์มาร์เก็ต, ร้านขายของใกล้ๆแผนกขายยา, แม้แต่ร้านขายของในปั้มน้ำมันก็ยังมี เค้าจะติดป้ายไว้ด้วยว่าเหมาะกับความยาวขนาดไหน โดยส่วนใหญ่ก็เริ่มที่ 1.25 , 1.50 เรื่อยไปจนถึง 3.50 แต่ถ้าความ “ยาว” ของสายตามากหรือน้อยกว่านั้นก็ต้องพยายามหาหน่อย

ผมเคยไปลองใส่เล่นๆมาแล้วก่อนหน้านี้ตอนเดินไปเจอที่ร้านขายของ เพราะเห็นว่ากรอบแว่นมันสวยดี ไม่มีอะไรในหัวมากกว่านั้น แต่พอไปลองแล้วก็ “เฮ้ย ทำไมมันชัดวะ” ผมลองอ่านตัวหนังสือข้างกล่องยาสีฟันที่วางอยู่แถวนั้นแล้วตกกะใจ เพราะชัดแจ๋ว แบบไม่ต้องยืดแขน

ผมเริ่มอ่านหนังสือด้วยการยืดแขนมาซักพักนึงแล้ว น่าจะเมื่ออายุเข้าเลขสี่นี่ล่ะ ก่อนหน้านั้นไม่รู้เลย เพราะไม่เคยสังเกต แต่อยู่มาวันนึงก็พบว่าอ่านหนังสือใกล้ๆไม่ได้แล้ว

นึกถอยหลังกลับไปตอนเป็นเด็กนี่ เวลาเห็นผู้ใหญ่เค้าต้องมีแว่นตากันหลายๆอัน แว่นอ่านหนังสือ, แว่นกันแดด, แว่นขับรถ ฯลฯ บางทีก็เป็นแว่นที่เกาะอยู่ตรงปลายจมูก ตอนนั้นก็สงสัยว่า ทำไมไม่ใส่เข้าไปให้ถึงตา ใส่อย่างนั้นแล้วจะมองเห็นได้ไง หรือบางทีก็ต้องใส่ๆถอดๆแว่นอยู่ หรือไม่ก็สลับแว่นไปๆมาๆ ตอนนั้นเห็นแล้วก็งงๆปนขำๆ

เมื่อวานพอลองๆแว่นบนชั้นแล้วก็คิดว่า เอาไว้ก่อนละกัน ค่อยถอดแว่น(อันที่มีอยู่) อ่านไปก่อน หรือไม่ก็อ่านแบบยึดแขนเอาก็ได้ แต่พอกลับมาบ้านแล้วนั่งอ่าน นอนอ่าน ดูแล้วมันไม่เวิร์คจริงๆ ลองนึกภาพดูละกันว่าตอนนอนหงายอ่านหนังสือแล้วต้องยืดแขนไปสุดๆเพื่อให้มันชัด, หรือนอนคว่ำอ่านแล้วต้องวางหนังสือไว้ไกลตั้งสองสามฟุต มันไม่เวิร์คอย่างแรง

วันนี้ออกไปซื้อกับข้าวก็เลยแวะเข้าไปซื้อแว่นอ่านหนังสือมาอันนึง ถือมันอยู่ในมือง มองมันแล้วก็คิดในใจว่า “นี่น่ะเหรอ แว่นสายตายาวอันแรกในชีวิต” หนึ่งใน milestone ของชีวิตอีกอย่าง

เท่าที่นึกได้ตอนนี้ก็มีหลายเหตุการณ์, หลากผู้คน ที่ทำให้รู้ว่าชีวิตจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป  วันที่สอบเข้าเรียนได้, วันที่กระโดดขึ้นรถไฟคนเดียว, วันที่ผมบนหัวเปลี่ยนเป็นสีขาว, วันที่ย้ายบ้าน, วันที่เปลี่ยนงาน, วันที่ลาออกจากงาน, วันที่แต่งงาน, วันที่ต้องนอนโรงพยาบาล หรืออื่นๆอีกมากมาย ทุกหลักกิโลเหล่านั้นทำให้ชีวิตไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

เวลาที่มองดูชีวิตเปลี่ยนไปเมื่อมันผ่าน milestone แต่ละหลักแล้วรู้สึกสนุกดี ร่างกายเราเปลี่ยนไปทุกวัน ความคิดเราเปลี่ยนไปทุกวัน บางอย่างเหมือนเดิม แต่บางอย่างเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนเลย ทุกอย่างเป็นประสบการณ์ เป็นบรรทัดหนึ่งในสมุดบันทึกที่จะอยู่กับเรา และให้เราสามารถเรียนรู้จากมันได้ตลอด

ความเปลี่ยนแปลงของชีวิตเป็นเรื่องธรรมดา เป็นธรรมะแบบง่ายที่สุดที่เรียนรู้ได้โดยไม่ต้องไปไหน ไม่ต้องมองไปที่ใคร ไม่ต้องรอตอนแก่ ไม่ต้องรอวันป่วย แค่เราให้เวลา แล้วมองให้ “เห็น” มัน ก็พอ

My first reading glasses
My first reading glasses
Advertisements