ผมเดาเอาเอง ว่าหลายคนเบื่อจะฟังเรื่องการเมือง ก็เพราะไม่อยากฟังคำด่ากัน ทั้งๆที่อยากเข้าใจ ทั้งที่อยากรู้เรื่อง  เพราะเวลามีคนพูดเรื่องการเมืองทีไร มันชอบออกมาในรูปการด่ากันเกือบทุกที มีเหมือนกันที่คุยกันด้วยข้อมูล แต่มันน้อย

ผมเดาว่าหลายคนคงอยากจะรู้ ว่าเนื้อแท้ของโครงการรับจำนำข้าว, พระราชบัญญัตินิรโทษกรรม, การแก้รัฐธรรมนูญ โน่นนี่ ว่ามันเป็นยังไง มันเกิดผลเสียอะไร มีผลดีต่อใคร ใครเป็นคนเสนอ ใครเป็นคนดูแล ตอนนี้ไปถึงขั้นตอนไหนแล้ว แต่เอาจริงๆ มันไม่ค่อยมีอะไรแบบนี้ให้อ่าน นอกจากต้องไปค้น หาอ่านเอา ซึ่งก็ต้องกรองอย่างดี เพราะเอาเข้าจริงก็มักมีแต่ให้ข้อมูลฝั่งเดียว ด้านเดียวอีกนั่นแหล่ะ

แต่ที่เห็นเยอะๆ ก็จะเป็น ด่านายกว่าโง่, ด่าอภิสิทธิ์ว่าฆาตรกร, ด่าว่าควาย, ด่าว่าแมลงสาบ, ด่าว่าฆาตรกร, ไล่ให้ออกไปนอกประเทศ, ด่าว่าไอ้พวกคนดี, ด่าว่าพวกเลว
อีกสารพัดคำด่า ทั้งด่าตรง ด่าอ้อม ด่าประชด เหน็บเจ็บๆ อ่านแล้วคงสนุกดี สะใจดี แต่อ่านจบแล้วไม่ได้อะไรเลย ไม่ได้ความรู้เรื่องการเมืองเพิ่มขึ้น, ไม่ได้เข้าใจนโยบายอะไรเพิ่มขึ้น, ไม่ได้เข้าใจกฏหมายที่จำเป็น ที่จะมีผลต่อชีวิต เพิ่มขึ้น ที่ได้เพิ่ม คือความเกลียด

ยิ่งอ่านก็ยิ่งเกลียด ยิ่งดูถูก ไม่ว่าจะข้างไหน ยิ่งอ่านก็ยิ่งรู้สึกลบต่ออีกข้าง รู้สึกลบโดยที่ไม่รู้ว่าทำไม แต่รู้แค่ว่า เกลียดมัน เกลียดพวกมัน มันโง่, มันเลว, มันพวกคนดี อะไรแบบนั้น

สำหรับผู้ใหญ่เนี่ย ผมคิดว่าคงมี fixed idea กับเรื่องต่างๆไปเยอะแล้ว ไปแก้อะไรก็คงยาก แต่ผมคิดว่าในจังหวะเวลาที่สังคมออกมาให้ความสนใจเรื่องการเมืองกันเยอะๆเนี่ย เด็กๆก็ต้องได้ยิน ได้ฟังเรื่องพวกนี้มากขึ้นเป็นธรรมดา ผมหมายรวมตั้งแต่เด็กเล็กๆไปยันเด็กมหาลัย วัยเริ่มทำงานนั่นเลย

ผมคิดว่าการสร้างความเข้าใจการเมือง ด้วยการสร้างความเกลียด แบบที่หลายคนทำอยู่เนี่ย มันน่าจะไม่ใช่เรื่องถูก

ผมเดาไม่ออกเหมือนกัน ว่าในบ้านที่มีพ่อแม่นั่งดูข่าว, เปิดเฟสบุ้ค, โทรคุยกับเพื่อน แล้วด่าคน ว่าพวกนั้นมันโง่, พวกนั้นมันควาย, พวกนั้นมันฆาตรกร, อยู่ไม่ได้ก็ออกไป ฯลฯ อะไรแบบนั้น  โดยที่ไม่ได้สอนเด็กๆให้เข้าใจสาระสำคัญ หรือความรู้เรื่องการเมืองจริงๆ เด็กๆที่โตขึ้นมาจะมีความคิดเรื่องการเมือง, ทัศนคติต่อคนที่คิดไม่เหมือนตัวเอง อย่างไร

ที่ผมพอเดาได้ คือ การที่ผู้ใหญ่ทำกันแบบนี้มากๆ น่าจะเป็นการผลิตซ้ำความเกลียดออกมาเรื่อยๆ ถึงไม่ได้พูดในบ้าน แต่โพสท์ลงเฟสบุ้ค แชร์คำด่า, แชร์ความเกลียด ต่อๆไป ถึงไม่ใช่ลูกเรา ก็ต้องเป็นลูกคนอื่นนั่นแหล่ะ ที่มาเห็นข้อความพวกนั้น ซึ่งผมไม่เห็นจะเกิดประโยชน์อะไร

นอกจากนั้นยังเป็นการผลักคนส่วนหนึ่ง ทั้งเด็กที่เริ่มเรียนรู้การเมือง แต่ไม่ชอบฟังคนด่ากัน ทั้งผู้ใหญ่ที่เบื่อที่จะเห็นความรุนแรง(ทางคำพูด) ให้หันหลังกับเรื่องการเมือง ทั้งๆที่เป็นเรื่องสำคัญ เป็นการกำหนดความเป็นไปของสังคม ของการพัฒนาประเทศ ให้เหลือแต่ผู้ใหญ่ขาแรง วัยรุ่นฮาร์ดคอร์ ใครไม่เหมือนกูกูด่าแหลก อะไรแบบนั้น ซึ่งผมรู้สึกว่าหลายคนมีไอเดีย มีเหตุผล แต่ต้องยอมแพ้ เพราะด่าไม่ทัน ผมว่า น่าเสียดาย

..

Advertisements