เป็นเรื่องบังเอิญที่ได้จังหวะดีจริง นิวยอร์คไทม์เพิ่งลงรายงานการวิจัยเกี่ยวกับประเทศไทยเมื่ออาทิตย์ก่อน เห็นอาจารย์รังสฤษฏิ์แชร์ไว้ คิดว่าน่าจะเอามาให้อ่านกันครับ

เมื่อตอนสร้างเขื่อนเชี่ยวหลาน หลายสิบปีก่อน มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์เห็นว่า เกาะเล็กน้อยที่ถูกสร้างขึ้นจากน้ำที่ท่วม ตอนสร้างเขื่อนเชี่ยวหลาน น่าจะเป็นโมเดลของการสังเกตเรื่อง “พื้นที่ป่าที่ถูกแบ่งย่อยๆ” ได้ดี เพราะมันถูกแยกอย่างรวดเร็วจากน้ำท่วม และก็ถูกโดดเดี่ยวอย่างชัดเจนจากน้ำที่ล้อมรอบอยู่ ก็เลยมีนักวิจัยมาสำรวจเกาะเล็กน้อยที่เกิดขึ้น

ห้าปีแรกนักวิจัยทิ้งกับดักไว้เพื่อดูว่ามีสัตว์อะไรมาติดบ้าง พบว่ามีจำนวนและชนิดของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมลดลงทุกปี ทุกปี

เค้ากลับมาอีกทีเมื่อปีที่แล้ว เพื่อสำรวจชนิดและจำนวนสัตว์ แต่กลับพบว่า สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เคยมีเหลืออยู่บนเกาะเล็กๆพวกนั้น “ไม่เหลือแล้ว”

จะมีบ้างบางเกาะที่เหลืออยู่ แต่ก็ใกล้จะหมดเต็มที

มีสัตว์ชนิดใหม่ที่มาจากแหล่งอื่น คือ “หนู” โดยว่ายน้ำมาจากพื้นที่ป่าด้านนอก เพราะอาหารขาดแคลน และยึดครองพื้นที่เกาะเหล่านั้นไว้จนหมด

นักวิจัยให้สัมภาษณ์ว่า “No one expected to see such rapid extinctions,” “ไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะสูญพันธุ์ไปเร็วขนาดนี้”

อ่านจบแล้วนอกจากจะคิดว่า เขื่อนใหม่ๆที่จะสร้างก็ไม่ควรสร้างแล้ว ยังคิดต่อไปว่า เขื่อนเดิมก็ควรมาดูกันให้ดีอีกครั้งแล้วว่ามันควรจะยังเก็บไว้หรือเปล่า

มีข้อความที่ผมบันทึกไว้ ได้ยินมาจากสารคดี “แสงไฟที่ไม่เคยดับ” พูดถึงผลกระทบจากการสร้างเขื่อนเชี่ยวหลานว่า

ผลกระทบจากการสร้างเขื่อน ทำให้ผืนป่ากว้าง กลายเป็นเกาะน้อยใหญ่ กว่าหนึ่งร้อยหกสิบสองเกาะ มีสัตว์ที่หนีน้ำไม่ทัน ตายไปไม่น้อยกว่า สามร้อยสามสิบแปดชนิด ส่วนใหญ่ตายไปเพราะจมน้ำ ที่หนีน้ำทันก็ตายเพราะอดอาหาร ที่ช่วยเหลือได้มีเพียงหนึ่งพันสามร้อยหกสิบสี่ตัวเท่านั้น ซึ่งชีวิตหลังจากนั้น พวกมันอยู่กันอย่างทุกทรมาน เพราะไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตในป่าซึ่งเป็นบ้านของมันได้

http://www.nytimes.com/2013/09/27/science/in-fragmented-forests-rapid-mammal-extinctions.html?smid=fb-share

Advertisements