เราได้ยินคนบอกว่า โลกมันต้องพัฒนา โลกนี้ต้องเปลี่ยนแปลง
ผมพยายามคิดว่า ทุกเหตุผลของการพัฒนาที่เรารับรู้ มันเกิดมาจากความต้องการที่ไม่สิ้นสุดของมนุษย์ทั้งนั้นเลยไม่ใช่หรือ

เราอยากได้น้ำ อยากได้ไฟ เราก็เลยพากันไปสร้างเขื่อนในตอนแรก เพราะเราเห็นว่าป่าไม้เรายังมีอยู่เยอะ ยังมีมากพอให้น้ำท่วมทับไปได้ เราก็เลยมีเขื่อนเก็บน้ำ ผลิตไฟ แล้วหนึ่งเขื่อน เราก็มีน้ำใช้ มีไฟใช้ เราก็เลยรู้สึกสบายดี

พอสบายแล้ว เราอยากสบาย สะดวกมากขึ้น เราเลยอยากได้น้ำเพิ่ม อยากได้ไฟเพิ่ม เราก็เลยบอกว่าโลกนี้ต้องยอมเป็นของเรา หลีกทางให้กับการพัฒนาเถอะ ทรัพยากรมันต้องถูกเอามาใช้ สัตว์ป่าจะต้องตายเพิ่มอีกก็ไม่เป็นไร เพราะนี่เป็นการพัฒนา

แบบนี้ เราเลยอยากได้เขื่อนที่สอง

เขื่อนที่สองถูกสร้างเสร็จแล้ว ป่าถูกทำลายไปแล้ว เราสบายมากขึ้น แต่ก็ยังไม่พอ ก็เลยอยากได้เขื่อนที่สาม ที่สี่ ต่อไปอีก

ผมอยากให้เราถามตัวเอง ถามไปถึงคนอื่นว่า “แล้วเมื่อไหร่เราถึงจะพอ”

เราเรียนหนังสือกันมาตั้งแต่เด็กแล้ว ว่าป่าไม้เราเหลือน้อย น้อยลงทุกวัน ที่เวลาผ่านไป

แต่เราก็ยังสามารถหาเหตุผลมาทำลายมันได้อีก

“แล้วเมื่อไหร่เราถึงจะพอ”

สร้างเขื่อนที่สาม แล้วรู้ได้อย่างไรว่าจะไม่อยากได้เขื่อนที่สี่ต่อไปอีก

ผมว่าเราพอได้แล้วนะ เราเบียดเบียนธรรมชาติมากเกินไปแล้ว

..ไม่มีป่าก็ไม่มีน้ำ ไม่มีน้ำก็ไม่มีชีวิต ง่ายๆเลย..

ปล. สำหรับผมนะ ผมออกจะเชื่อว่า ความต้องการในการสร้างเนี่ย มันไม่ได้มาจากความต้องการที่เขียนไว้ในเหตุผลที่บอกให้สังคมรู้ทั้งหมดหรอก

ผมว่าผลประโยชน์ที่เกิดจากการก่อสร้าง, การตัดไม้ และอีกร้อยช่องทางนั่นมากกว่า ที่ทำให้คนอยากสร้างไม่ยอมฟังอะไรเลย

Advertisements