เมื่อสองวันก่อนผมได้รับอีเมลล์จากเพื่อนคนหนึ่ง ถามว่าหายไปไหนจาก Social network

รู้สึกดีใจที่ได้รับจดหมายสั้นๆจากเพื่อน ผมเขียนตอบเพื่อนกลับไปว่าไม่ได้หายไปไหนหรอก ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าแค่ “เบื่อ”

ก็เลยคิดว่าน่าจะได้กลับมาส่งข่าวคราวให้กันบ้าง

ถ้าจำไม่ผิด ผมเริ่มใช้ Facebook มาตั้งแต่ปี 2008 เพราะได้ยินเพื่อนฝรั่งพูดถึงมัน ก็เลยลองใช้ดู ใช้แล้วก็รู้สึกสนุกสนานดี

ข้อดี(ที่ตอนนี้กลายเป็นข้อเสียสำหรับผมไปแล้ว) ของ Facebook คือทำให้ผมได้ “เจอ” (ถึงจะไม่ได้เจอจริงๆก็เหอะ) เพื่อนเก่า หลายคน ที่แยกย้ายกันไปนานแล้ว ความทรงจำสุดท้ายที่มีก็ยังตั้งแต่สมัยเรายังกระโดดโลดเต้นด้วยกันอยู่ เจอกันใน Facebook อีกทีก็แทบจะนึกไม่ออกว่าเป็นคนเดิมกับคนที่เคยอยู่ในความทรงจำของผม ทุกอย่างถูกอัพเดท จนกระทั่งบางครั้งเรื่องราวในปัจจุบันมันไปพยายามลบเรื่องราวในความทรงจำของผมไป ซึ่งผมไม่ชอบเลย

ข้อดีอีกอย่างคือ ผมสามารถติดต่อ พูดคุย กับคนต่างๆในชีวิตของผมได้ง่ายมาก บางครั้งก็แค่เปิดคอมพิวเตอร์ ตั้งให้ Facebook ค้างไว้บน browser ผมก็เข้าไปคุยกับคนที่อยากคุยได้แล้ว หรือตั้งแต่ใช้ Ipod , smartphone จะคุยกันแต่ละครั้งมันก็ง่ายขึ้นไปอีก ง่าย , เร็ว จนช่วงหลังผมรู้สึกว่า มัน “ง่าย” เกินไป บางคนทั้งที่อยู่ไกลกัน วันหนึ่งได้มาเจอกัน แต่ความตื่นเต้นที่เราจะได้เจอกันมันกลับไม่มีอีกต่อไปแล้ว เจอกันก็ไม่มีอะไรต้องถาม ต้องเล่า เพราะทุกอย่างมันถูกอัพเดทไปหมดแล้วตั้งแต่ก่อนจะได้เจอกัน ผมรู้สึกว่า เสน่ห์ของความคิดถึง, ความห่างไกล มันหายไป

ไม่เฉพาะแต่ Facebook นี่หรอก เพราะ Social network อื่นๆ ผมก็เข้าไปลองใช้มาแทบทั้งหมด จนวันหนึ่งผมก็มาถามตัวเองว่า เรารู้สึก “คิดถึง” ใครซักคน เมื่อไหร่กัน

ผมหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ เพราะผมแทบจะไม่ต้องคิดถึงเลย แค่เปิดคอม เปิดโทรศัพท์ หน้าตา, เรื่องราว ของคนที่ผมอยากรู้ความเป็นไป ก็โผล่ขึ้นมาให้เห็นตรงหน้าแล้ว คำถามที่เคยถามตัวเองตอนคิดถึงใครซักคนว่า “ตอนนี้เขาเป็นยังไงบ้าง” ไม่มีอีกแล้ว ซึ่งผมรู้สึกว่า แบบนี้มันแห้งแล้งเกินไป

สมัยเป็นเด็กประถมผมเคยนั่งคิดจะขุดอุโมงค์เพื่อให้ไปโผล่ที่บ้านเพื่อน เราจะได้เล่นกันได้ทั้งวัน สมัยมัธยมผมเคยเอารูปเพื่อนสมัยประถมมานั่งดูแล้วก็คิดว่าตอนนี้แต่ละคนไปเรียนที่ไหนกันบ้างแล้ว สมัยมหาลัยผมเคยปั่นจักรยานไปนั่งริมทางรถไฟชายทุ่งหญ้า เพื่อดูพระอาทิตย์ตกแล้วก็คิดถึงเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนาน

แต่ตอนนี้ พอผมสามารถเห็นจานเข้าที่เพื่อนกิน รู้ว่าเพิ่งกินอะไรกับใคร รู้ว่าเค้าเพิ่งไปตัดผมทรงใหม่มา ในทันทีที่เพื่อนออกจากร้านแทบจะแบบ real time ผมก็ไม่เคยมีความรู้สึก “คิดถึง” แบบนั้นอีกแล้ว

ผมก็เลยคิดว่า เลิกมันไปก่อนก็แล้วกัน

คนเราออกเดินทาง ก็เพื่อจะได้กลับบ้าน ผมก็แค่อยากอยู่ห่างจากคนที่ผมอยากคิดถึง เพื่อให้ผมได้คิดถึง เวลาฟังเพลงเศร้าจะได้รู้สึกเศร้า เวลาดูดาวจะได้รู้สึกว่ามันเหงา เวลามองฟ้าจะได้บอกกับตัวเองว่า “มีคนที่คิดถึงอยู่ใต้ฟ้าเดียวกัน”

แค่นั้นเอง

Advertisements