ใน DC พื้นที่ทางเท้าบางช่วงก็ใหญ่พอที่จะจอดรถจักรยานไว้กับเสาจราจร หรือต้นไม้
ใน DC พื้นที่ทางเท้าบางช่วงก็ใหญ่พอที่จะจอดรถจักรยานไว้กับเสาจราจร หรือต้นไม้

เมื่อเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาผมกับภรรยาขับรถไปดีซีเพราะคุณภรรยาอยากไปดูดอกซากุระบาน ผมชวนคุณภรรยาว่าเราน่าท่องเที่ยวในวอชิงตันดีซีด้วยการปั่นจักรยานได้ เธอว่าแล้วแต่ผม ผมก็เลยเลือกจักรยานสองตอนเหมือนที่เราขี่กันตามชายหาดบางแสน เพราะคิดว่ามันน่าจะตอบโจทย์การเที่ยวแบบนี้ได้ดี ซึ่งก็เป็นไปอย่างที่ตั้งใจ

จักรยานสองตอนขี่แล้วก็สะดวกดี ไปและหยุดได้พร้อมกัน คุยกันได้ตลอดทาง เห็นเมืองที่เราไปชัดขึ้น ละเอียดขึ้น เห็นคน เห็นสิ่งก่อสร้างในมุมต่างไป เราสามารถหยุดแล้วก็ถ่ายรูป แล้วก็คุยกัน แล้วก็ไปต่อ ไปเรื่อยๆตลอดการปั่น ผมเห็นสายตาคนที่มองมาก็เดาเอาเองว่าเป็นสายตาที่บอกว่า “อยากขี่จักรยานเหมือนกัน” และด้วยความที่เป็นจักรยานสองตอน เด็กๆที่มองเห็นก็มองตามจนแทบเหลียวหลังกันเกือบทุกคน

ครั้งนี้ไปกับน้องชายคนไทยคนนึง น้องบอกว่าไม่ได้ปั่นจักรยานมานานมากแล้ว แต่พอปั่นไปได้ไม่กี่ไมล์ก็เห็นได้เลยว่าเกิดอาการ “ของเข้า” ความเป็นเด็ก ความสนุกมันกลับเข้ามาอยู่ในตัวทุกครั้งของการถีบ ยิ่งถีบก็ยิ่งสนุก เย็นวันนั้นน้องก็พูดว่า “น่าจะมีจักรยานเอาไว้ถีบซักคัน” ทั้งๆที่ก่อนจะเริ่มปั่น น้องยังมีคำถามกับผมอยู่เลยว่า ไม่รู้จะขี่ไหวหรือเปล่า ผมถือว่านี่เป็นความสำเร็จอีกอย่างหนึ่งของผมนอกจากการได้ปั่นจักรยานเที่ยวครั้งนี้

ระหว่างขับรถกลับจากดีซีมานิวยอร์ค ผมบอกกับภรรยาว่าเที่ยวครั้งนี้สนุกดี ถือเป็นการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพจริงๆ ได้ยินคุณภรรยาผมพูดว่า “เราน่าจะมีจักรยานแบบนี้นะ” นี่คงเป็นความสำเร็จอีกอย่างจากการปั่นจักรยานท่องเที่ยวคราวนี้ได้เหมือนกัน

ผมรู้สึก(เอาเอง) ว่าใครๆก็ชอบปั่นจักรยาน อยากปั่น แต่ก็ติดที่ว่าใจมันยังไม่กล้า สถานที่มันยังไม่พร้อม ฯลฯ ผมพบว่า การปั่นจักรยานในอเมริกาอาจจะง่ายกว่าที่เมืองไทย (ยังไม่เคยไปปั่นที่ยุโรป แต่เท่าที่รู้หลายเมืองน่าจะเป็น bike friendly city มากขึ้นอีก) เพราะมีช่องทางจักรยานที่จัดไว้เฉพาะ คนขับรถรักษาระเบียบมากจะไม่ขับรถเข้ามาในช่องทางจักรยานเลย บนทางเท้าก็มีที่ว่างมากพอที่จะขึ้นไปพักจอดและมีทางเหลือพอให้คนเดินได้ ทางขึ้นลงทางเท้าก็มีทางลาดที่ขึ้นลงได้ “ทุกที่” ผมยืนยันได้เลยว่าตลอดการปั่นหลายชั่วโมงผมไม่ต้องยกจักรยานขึ้นทางเท้าเลยซักครั้ง

สำหรับการปั่นที่เมืองไทยผมรู้สึกว่าก็คงยากที่จะรอให้รัฐหันมาสนใจแล้วก็เปลี่ยนระบบจราจรหรือสร้างปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการขี่จักรยาน หากต้องรอให้มีสิ่งเหล่านั้นก่อนเราถึงจะค่อยขี่ ก็คงต้องรอกันไปอีกนานมาก อาจจะจำเป็นที่เราจะต้องออกมาขี่กันให้มากๆก่อนแล้วสิ่งจำเป็นต่างๆก็อาจจะค่อยๆถูกสร้างตามมาเอง ก็เหมือนว่าพอเราเสียงดังขึ้นก็จะมีคนเริ่มหันมามอง อย่างนั้นล่ะมั้ง

อีกอย่างที่ผมมั่นใจว่า คนที่ออกมาขี่จักรยานครั้งแรกๆจะแปลกใจก็คือ “ศักยภาพของตัวเอง” เราจะแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าที่เราเคยคิดว่าปั่นจักรยานมันจะเหนื่อยมาก ที่เคยพูดว่า “ขี่ไม่ไหวหรอก” ก็แทบจะลืมไปเลย แล้วความสนุก มุมมองที่ได้จากการขี่ เสน่ห์ของการเคลื่อนที่ช้าๆ ก็จะทำให้เราติดใจ ลองดูนะครับ

เกร็ดเล็กน้อยสำหรับคนที่จะมาปั่นจักรยานเที่ยวในดีซีครับ ทางจักรยานที่นี่อยู่กลางถนน ต่างไปนิดหน่อยจากที่อื่นๆ , มีร้านกาแฟ ร้านขนม ร้านมาการอง ร้านคัพเค้ก อยู่หลายที่ , เมืองปลอดภัย บริเวณรอบ tidal basin, the national mall , congress , museum ปั่นได้สบาย มีเนินให้ออกแรงได้สนุกสนานดี , ผมเช่าจักรยานกับ Bikeandroll แบบเช่าทั้งวัน เป็นจักรยาน tandem หนึ่งคัน กับ hybrid อีกคัน, จักรยาน tandem ที่ผมขี่เป็นของ Trek รุ่น 900 (เข้าใจว่าเป็นรุ่นเดียวของเทรคที่เป็นแทนเดม) สภาพดีมาก, เบรคดี, เกียร์ดี เปลี่ยนเกียร์แบบหมุนที่แฮนด์ , เบาะคนหลังเป็นแบบมีโชคอัพ , ขนาดของจักรยานอยู่ที่ 18.5 กับ 14.5 (หน้าหลัง) ขี่ได้ไม่ยากครับ ถือว่าสนุกสนานดี ผมเอากระเป๋าเล็กๆติดโทรศัพท์เปิด GPS แล้วก็ปั่นตามไปเรื่อย ก็สะดวกดีครับ

จักรยาน tandem bike ของ Trek ขี่สนุกดีครับ อาจต้องบังคับให้ดีๆหน่อยในบางช่วงที่มีนักท่องเที่ยวเยอะ นอกนั้นก็ปั่นเที่ยวได้ทั่วเมือง
จักรยาน tandem bike ของ Trek ขี่สนุกดีครับ อาจต้องบังคับให้ดีๆหน่อยในบางช่วงที่มีนักท่องเที่ยวเยอะ นอกนั้นก็ปั่นเที่ยวได้ทั่วเมือง
Advertisements