ผมมีโอกาสได้อ่านบล็อคหนึ่ง ของนักเรียนแลกเปลี่ยนอเมริกันที่ไปอยู่ในประเทศไทยมาช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้ว น่าจะประมาณสามหรือสี่เดือน เขาเขียนบล็อคได้ “น่าสนใจ” จะด้วยแง่ใดก็ตาม ผมอยากให้คนไทยได้อ่านกันมากๆ เลยคิดว่าน่าจะแปลบล็อคนี้เป็นภาษาไทย

ผมแปลตามสำนวนของผมนะครับ แต่ด้วยเนื้อความทุกอย่างก็เป็นไปตามที่เจ้าของบล็อคเขาเขียนเอง หากผู้อ่านอยากอ่านตัวภาษาอังกฤษต้นฉบับก็ตามไปอ่านที่ลิงค์นี้ได้เลยครับ

http://eightabovetheequator.wordpress.com/2013/02/09/dtaam-sabai-and-this-guy/comment-page-1/#comment-36

————————————————————————————————

ตามสบายกับผู้ชายคนนี้
ขอเตือนไว้ก่อนสำหรับคนอ่านทุกคน โดยเฉพาะคนไทย สิ่งที่จะเขียนนี้ไม่ได้เป็นการเฉพาะ
เจาะจงไปที่ใครคนใด หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แต่เป็นการวิพากษ์วิจารณ์ตามสิ่งที่ได้พบเห็นเกี่ยวกับ
วัฒนธรรมไทยซึ่งขัดกับอเมริกันสไตล์ตามแบบชีวิตของผม ซึ่งตัวอย่างที่ยกขึ้นมาเป็นตัวอย่าง
ของความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรม นอกจากนั้นการเขียนของผมก็เป็นการเขียนที่ไม่ได้คิดว่า
จะต้องขัดเกลาให้ดูนุ่มนวลแต่อย่างใด

ตามสบาย… คำนี้แปลว่าอะไร… เฉพาะคนไทยเท่านั้นถึงจะเข้าใจความหมายนี้อย่างถ่องแท้ เนื่องจากคำว่า ตามสบาย สามารถไปอยู่ได้ในสถานการณ์ มันจึงเป็นเรื่องยากที่จะอธิบายความหมายในภาษาอังกฤษ ผมคิดว่าถ้าจะให้แปลก็น่าจะหมายถึง “การทำตามความพอใจมากกว่าตามกฎเกณฑ์หรือระเบียบข้อบังคับ” หรือว่า “ทุกอย่างง่ายๆสบายๆ” … ตามสบายในทางปฏิบัติแล้วคงไม่สามารถแปลเป็นภาษาอังกฤษได้ แต่ไม่ยากเกินที่จะเข้าใจได้ในฐานะของฝรั่งที่อยู่ในประเทศไทยเพราะมันไม่ใช่แค่คำพูดเท่านั้น ตามสบายเป็นทั้งการร้องขอและเป็นทั้งการแก้ตัว มันเป็นทุกอย่างของวัฒนธรรม มันเป็นประเทศไทย มันเป็นสิ่งที่โดยส่วนตัวของผมทั้งในแง่ของวัฒนธรรมและลักษณะเฉพาะตัวเอง “ไม่สามารถยอมรับได้”

ตามสบาย ก็อย่างเช่น บรรณารักษ์ ครู หรือนักเรียน นอนหลับในห้องเรียน ตามสบายเป็นข้อแก้ตัวของเพื่อนที่บอกว่า “มันร้อนเกินไป, ฉันอยากจะเล่น Starcarft แทนที่จะออกไปข้างนอก” สำหรับผมแล้วมันเหมือนกับการนั่งดูหนังเรื่อง The Dictator ในห้องรับแขกที่เปิดแอร์เย็นๆพร้อมกับนั่งดื่มชาเย็นไปพลาง ตามสบายเป็นระบบของโรงเรียนที่ละเลยเด็กนักเรียน “ทุกคน” ไม่ว่าพวกเขาจะมีความพยายาม มีความใสใจ หรือสติปัญญาหรือไม่ก็ตาม ตามสบายเป็นนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนังแต่กลับไม่มีผลที่ทำให้ใครต้องรีบร้อน ตามสบายเป็นภาษาไทยที่ดูง่ายๆ ไม่มีหลักภาษาที่สลับซับซ้อน (และแน่นอนออกเสียงยากสุดๆ) และหาคำที่มีความหมายเหมือนกันไม่ได้ ตามสบายคือรถไฟไทยที่ก่อสร้างขึ้นมาพร้อมๆกับที่ญี่ปุ่นเริ่มสร้างรถไฟเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออก ซึ่งเป็นที่โจษจันกันไปทั่วว่าไม่เคยได้รับการปรับปรุงเลยตั้งแต่มีการก่อตั้งขึ้น ในขณะที่ญี่ปุ่นนั้นเข้าไปสู่ระดับโลกเสียแล้ว ตามสบายเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมประเทศไทยถึงไม่ใช่อเมริกา เยอรมัน จีน หรือว่าญี่ปุ่น

เฉื่อยชา? คอรัปชั่น? อย่าคิดว่ามันเป็นอะไรแบบนั้น “ความสงบสบายของจิตใจ” ต่างหากที่
เป็นความหมายของ ตามสบาย

ผมมีประสบการณ์ตรงที่เป็นทั้ง ความซีเรียสและความขำ ที่น่าจะทำให้ผู้อ่านมองเห็นภาพที่
ผมพยายามจะบอกต่อไป

เมื่อสองอาทิตย์ก่อน ผมได้เข้าไปร่วมซ้อมกับวงดุริยางค์ของโรงเรียนที่ผมเพิ่งเข้าร่วมเมื่อไม่
นานนี้ วันนั้นผมไปสายเล็กน้อย (ผมเข้าไปซื้อชาเย็นในเมืองที่ห่างออกไปสองสามกิโล) แล้ว
ก็รีบพุ่งเข้าไปในห้องด้วยความรู้สึกผิด ซึ่งจริงๆแล้วมันไม่จำเป็นเลย เพราะมันเหมือนว่าตอนนั้นทุกคนก็ยังนั่งอยู่รอบๆห้องตามสบาย กำลังวอร์มอัพกันอยู่ ทุกคนนั่งกันอยู่ที่พื้นเป็นกลุ่มๆเล่นกันไปเรื่อยๆ ไม่ได้ซีเรียสอะไร คนเล่นคาร์ลิเน็ทนั่งคุยอยู่กลุ่มหนึ่ง คนเล่นฟลุทก็ซ้อมไปเรื่อยอย่างสะเปะสะปะ และมีวงร็อคซ้อมอยู่หน้าห้องด้วย มันเหมือนกับว่าผมไม่ได้พลาดการซ้อมอะไรไปซักนิด ผมก็เลยดึงเก้าอื้มานั่งแล้วเริ่มวอร์มอัพกับแซ็คของผมตามบลูส์สเกล (ไม่มีอะไรเป็นข้อบังคับตายตัวสำหรับผมอยู่แล้ว) เท่าที่ผมมองเห็นมันไม่มีที่วางโน้ตอยู่แถวนั้น ผมก็เลยเล่นไปเรื่อยๆตามใจ ที่จริงเราควรจะนั่งเล่นบนเก้าอี้ แล้วก็เล่นไปตามเพลงที่ครูกำหนดใช่มั้ย แต่ครูก็นั่งอยู่ที่โต๊ะสีหน้าเต็มไปด้วยความเบื่อหน่ายตาก็มองไปที่คอมพิวเตอร์ตรงหน้า เมื่อผมมองให้ดีๆก็พบว่ามันมีชั้นวางโน้ตอยู่ “อันนึง” ในห้อง อันเดียวเท่านั้น นอกนั้นยังมีกองเก้าอี้อยู่อีกด้านหนึ่งของห้อง แต่มันก็น้อยเกินกว่านักเรียนกว่าสี่สิบคนในห้องนั้น ผมเป็นคนเดียวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ นั่นทำให้ผมรู้สึกอึ้ง หลังจากที่ผมเล่นไปซักครึ่งชั่วโมง ผมลุกไปหาเพื่อนและถามว่า “เราจะเริ่มซ้อมกันตอนไหน” “หมายความว่าไง” เพื่อนตอบกลับมาด้วยคำถามเป็นภาษาไทย

…ยังไม่จบครับ…

Advertisements