ผมมีเพื่อนที่เป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่เมืองไทย ถามว่า ช่วยหาคลิปวีดีโอพวก หนัง,เพลง,สุทรพจน์,ฯลฯ เพื่อเอาไปใช้สอนนักเรียนให้หน่อย

ถ้างั้นผมก็จะขอแปะคลิปที่ผมคิดว่าเป็นคลิปที่น่าจะเหมาะเอาไปใช้สำหรับสอนเด็กๆ และเป็นภาษาอังกฤษที่อยู่ในชีวิตจริงๆละกันครับ

ปล.ผมไม่ได้เป็นครูสอนภาษา และก็ไม่ได้เก่งเรื่องภาษาอะไร ก็ถือว่าเป็นการแชร์ประสบการณ์ละกันนะครับ

ฟังข่าว

ข่าวที่ผมฟัง ก็มักจะกระจายๆไปครับ พยายามฟังให้ครบทุกเรื่อง ตั้งแต่ การเมือง, เศรษฐกิจ, การศึกษา, บันเทิง , กีฬา, สัมภาษณ์, จะได้ได้ยินศัพท์หลากหลายน่ะครับ

สำหรับการฟังข่าว ผมว่าฟังไปซักพักก็คงทำความเข้าใจได้ไม่ยาก เพราะผู้ประกาศข่าวส่วนใหญ่ มักพูดไม่มีสำเนียงชัด เสียงดัง ฟังชัด ฟังง่าย เป็นภาษาที่เข้าใจได้ง่าย พูดอย่างเป็นระบบระเบียบ มีการเน้นเสียง พูดหยุดเป็นจังหวะให้คนฟังเข้าใจได้ง่ายอยู่แล้ว ผมเลยคิดว่า ฟังข่าวนี่แหล่ะ น่าจะง่ายสุดในการหัดฟังภาษาอังกฤษแล้ว

สำนักข่าวที่ผมฟังบ่อยๆก็มีทั้งฝั่งอเมริกาและฝั่งอังกฤษ สลับๆกันไปครับ เช่น CNN, CBS, PBS, BBC, VOA, etc.

อันนี้จากฝั่งอังกฤษครับ ของ BBC ลองฟังสำเนียงดูละกันครับ

ผมเลือกคลิปนี้มาเพราะว่า มีทั้งเสียงที่ค่อนข้างเป็นทางการจากการรายงานข่าว , เสียงของคนผิวขาว, เสียงของคนผิวดำ, การพูดที่ไม่เป็นทางการของคนให้สัมภาษณ์ และมีคนคลิกเข้ามาดูคลิปนี้แล้วกว่าสี่สิบล้าน!

สุนทรพจน์

ปกติผมไม่ได้เรียกว่า สุนทรพจน์เลย ใช้คำว่า speech ตลอด ไม่ได้ดัดจริตนะ แต่มันง่ายกว่าอ่ะครับ

สุนทรพจน์ฟังไม่ยาก ก็คล้ายๆฟังข่าวนั่นล่ะครับ เค้าพูดชัด มีจังหวะ มีการเกริ่นนำ และสรุปให้ฟังได้ง่ายอยู่แล้ว เหมาะกับการฝึกฟังภาษาแบบทางการหน่อยน่ะครับ

ผมเลือกคลิปนี้เพราะผมว่ามัน ROCK!!! คลิปนี้คนคลิกเข้าไปแล้วสิบสามล้านกว่า และเป็นสุนทรพจน์ที่ทั้งให้กำลังใจ และให้แง่คิด จาก “คนที่คนที่คุณก็รู้ว่าใคร”

ช่องทางการฝึกฟังสุนทรพจน์ที่ผมใช้บ่อยๆคือ การเข้าไปฟังผ่าน TED มีคนมาพูดเรื่องที่น่าสนใจ ที่เป็นแรงบันดาลใจในเรื่องต่างๆให้ฟังทุกวัน

ฟังหนัง

ผมไม่ใช้คำว่าดูหนังนะครับ เพราะถ้าดูมากกว่าฟัง ก็คงได้ฝึกการฟังน้อยแหล่ะครับ

ถ้าอยากฝึกภาษาด้วยการดูหนัง ผมว่า หนังแอ็คชั่นคงช่วยได้ไม่มากเท่ากับ หนังตลกหรือว่าหนังดราม่า เพราะหนังแอคชั่นเราเดาๆเอาได้จากภาพ เสียงประกอบ แต่หนังตลกกับหนังดราม่า มันต้องใช้ความเข้าใจจากบทที่เราได้ยินเป็นส่วนใหญ่

ผมเลือกซิทคอม The Office อันนี้มาเพราะผมว่ามันตลกดี มีคำแสลงเยอะแยะ และมีคำด่า คำจิกกัด ที่เราไม่เคยเรียนจากหนังสือเรียนด้วย

ฟังเรื่องทั่วๆไป

หลังจากผมมาอยู่อเมริกาได้ซักพัก ผมพบว่า ปัญหาสำหรับผม ไม่ใช่การฟังข่าว, สารคดี, เลคเชอร์ แต่เป็นการฟังบทสนทนาทั่วๆไป ที่เกี่ยวกับชีวิตทั่วๆไป ที่มีศัพท์แสลงเยอะแยะ พวกนี้มากกว่า

สิ่งที่ผมบอกไว้ตอนต้นว่า ผมรู้สึกว่ามันสำคัญมากกับการฝึกภาษาอังกฤษคือ การพูดกับผู้คนในชีวิตจริงด้วยเรื่องทั่วไป เพราะมันเต็มไปด้วยภาษาที่ไม่เป็นทางการ, ไวยกรณ์ที่ไม่เป็นทางการ, สำเนียงที่ต่างไป, ท่าทาง, หน้าตา, มือไม้, เสียงหัวเราะ, การยักไหล่, หลิ่วตา ฯลฯ มากมายที่เราน่าจะได้เรียนรู้ เพราะ คนไทยเราไม่ทำเวลาเราพูดคุยกัน หรือเราไม่สามารถได้ยินจากการดูหนัง ดูข่าว ดูสารคดี และครูในโรงเรียนก็ไม่ค่อยได้สอน

อีกอย่างที่จะทำให้เราสามารถฟังเรื่องทั่วไปรู้เรื่องก็คือ เราต้องรู้สิ่งที่เกิดขึ้น, วัฒนธรรม, สภาพความเป็นอยู่, การใช้ชีวิตของคนที่อยู่ในแต่ละที่จริงๆด้วย ลองดูคลิปนี้นะครับ ก็จิกกัด ด่าทอกันไปเรื่อยเปื่อย

อันนี้จิมแครี่ ฮาดี

ฟังเพลง

ผมฟังเพลงฝรั่งไม่ค่อยเยอะครับ คือบอกตรงๆว่าฟังแล้วมันไม่อินเหมือนฟังเพลงไทย เพลงส่วนใหญ่ที่ฟัง ก็เป็นเพลงที่อยากร้องได้ซะมากกว่า ฟังเพลงฝรั่งก็ได้ฝึกฟังภาษาที่ไม่ใช่ภาษาคนปกติน่ะครับ เป็นภาษากวี ภาษากลอนแบบฝรั่ง เอามาใช้จริงคงไม่ค่อยเท่าไหร่นะผมว่า

ผมชอบ Jack Johnson ผมชอบเนื้อเพลงของเค้า มันฟังแล้วชื่นใจดี

อีกคลิป เป็นบทบรรยายสั้นๆของครูสอนกีตาร์ทางเว็บ ที่มีคนเข้าไปดูเยอะแยะ ลองฟังละกันครับ มีเพลงเพราะๆให้ฟังด้วย

เล็คเชอร์

เดี๋ยวนี้เราสามารถไปฟังเลคเชอร์จากโปรเฟสเซอร์ตามสถาบันดังๆของโลกได้ไม่ยากเกินไป เพราะทางสถาบันเองก็อยากเผยแพร่ให้คนทั่วไปเหมือนกัน ลองค้นผ่าน Youtube ก็คงเจอได้ไม่ยาก

ฟังเลคเชอร์ก็คงขึ้นกับเนื้อหา, การสอน, สำเนียงของคนสอน ด้วยล่ะครับ ผมชอบดูเลคเชอร์เกี่ยวกับคณิตศาสตร์ เจอโปรเฟสเซอร์ที่เป็นคนอินเดียไม่น้อยเหมือนกัน ฟังยากน่าดู

คณิตศาสตร์

อันนี้ครูสอนเคมี

Advertisements