ผมนั่งดูสารคดีเรื่อง Food inc. จบเมื่อกี๊ สารคดีพูดถึงการเดินทางของอาหาร ตั้งแต่การผลิต ตั้งแต่เป็นเมล็ด จนกระทั่งถูกแปรรุปมาอยู่ในจานที่บ้าน ตั้งแต่เป็นสัตว์ในฟาร์ม จนกระทั่งมาเป็นสเต็คในจานพร้อมเสริฟ

สารคดีแสดงภาพ “ความลับ” ของการเดินทางของอาหารทั้งหลาย ที่มักตกอยู่ภายใต้การควบคุมของบริษัทใหญ่ๆ ไม่กี่บริษัทในประเทศ ทุกคนถูกควบคุม เกษตรกร, ซูเปอร์มาเก็ต รวมมาถึงผู้บริโภคด้วย

รู้สึกอยู่อย่างคือ ทำไงกับชีวิตดี

ผมลงทุนซื้อหุ้นไปแล้ว กับบริษัทที่เป็นเจ้าของร้านค้าปลีกที่มีสาขาอยู่มากมายในประเทศไทย เครือข่ายเดียวกับเจ้าของกิจการผลิตภัณฑ์อาหารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ใจก็อยากจะสนับสนุนร้านค้าย่อย อยากสนับสนุนเกษตรกรที่ผลิตอาหารปลอดสารพิษ แต่ไม่รู้จะทำยังไงกับตัวเองดี

ตอนอยู่เมืองไทย ซื้อของทีไรก็มักจะไปร้านสะดวกซื้อที่หน้าประตูมีเสียง “ปิ๊ง ป่อง” เวลาเดินเข้า มีพนักงานสวัสดีอยู่หลังเคาท์เตอร์ นานๆทีจะไปร้านขายของชำในตลาดใกล้ๆบ้าน อยากสนับสนุน แต่ไม่รู้จะทำไง ก็มันไม่สะดวก เหมือนร้านสะดวกซื้อ

ตอนอยู่เมืองไทยผมเคยดูสารคดีเรือง Food inc. มาแล้วรอบนึง ตอนนั้นก็รู้สึกสยองกับการกินอาหาร “ขยะ” อยู่พักใหญ่ๆ แต่ก็ยังคงกินต่อมาไม่เคยหยุด เหมือนกับว่า “กลัวแต่ไม่หยุด” อย่างนั้นเลย

มาอยู่ที่อเมริกา นั่งดูสารคดีเรื่องนี้อีกที ดูแล้วรู้สึกสยองกว่าเดิม เพราะว่าตอนนี้เข้ามาอยู่ใกล้ๆ เนื้อเรื่องในสารคดีแล้ว

มีเรื่องน่าตื่นตาตื่นใจที่เพิ่งเคยเห็น คือตอนนี้มีแอปเปิ้ลอยู่ในตู้เย็น อยู่มาแล้วมากกว่าหนึ่งเดือน ยังไม่มีอาการ “เหี่ยว” ให้เห็นแต่อย่างใด ดูท่าทางยังเก็บไปได้อีกนาน ยังมีของอีกหลายอย่างที่สามารถเก็บได้นานๆ นานจนแปลกใจ ว่ามันมีอะไรอยู่ในนั้น

เรื่องนี้ยังไม่มีข้อสรุปให้ตัวเองจริงๆ หรือว่าจะต้องรอให้ป่วยเจ็บ จากสิ่งที่กินเข้าไปก่อนล่ะมั้ง ถึงจะเริ่มเปลี่ยน

ระหว่างนี้ถ้าใครอยากเปลี่ยนอะไรบ้าง เค้าบอกไว้ว่า คุณสามารถเปลี่ยนแปลงได้วันละสามครั้ง ผมเดาเอาว่า สารคดีน่าจะหมายถึงการเปลี่ยนวิธีการกินอาหารในแต่ละวันล่ะมั้ง ตามเข้าไปดูในเว็บนี้ได้ครับ ถ้าสนใจ ผมว่าน่าสนใจดี http://www.takepart.com/foodinc หรือถ้าใครมีเฟสบุ๊คก็ตามข่าวในนี้ก็ได้ http://www.facebook.com/takepart?sk=wall

ผมขอจบ entry นี้ด้วยคำพูด ตอนเริ่มสารคดีก็แล้วกันครับ เค้าบอกไว้ว่า

“You are what you eat”

Advertisements