ผมไม่รู้เหมือนกันครับว่า คนทั่วไป สามารถทำสิ่งต่างๆในชีวิตให้สำเร็จลุล่วงได้ ด้วยเหตุผลอะไรกันบ้าง ความมีระเบียบวินัยต่อตัวเอง ความรับผิดชอบ ความรัก ความฝัน ฯลฯ หรือว่าอะไร แต่สิ่งหนึ่งที่ผมนึกถึงตอนนี้ ผมเรียกมันว่า แรงบันดาลใจ

หลายปีก่อน ผมพบผู้ชายคนหนึ่ง เป็นผู้ชายธรรมดาไม่มีชื่อเสียงอะไร มีบ้านอยู่ในตัวอำเภอธรรมดาๆอำเภอหนึ่ง ในจังหวัดธรรมดาๆจังหวัดหนึ่ง เขามีภรรยา มีลูกชาย มีลูกสาว

วันหนึ่งเมื่อเขาเกษียณอายุจากการทำงาน เมื่ออายุหกสิบปี เขาใช้เวลาหลังจากนั้นไปกับการไปสวน ปลูกต้นไม้ ปลูกผัก ด้วยพาหนะคันเก่า ที่เป็นรถกะบะเก่าแก่ อายุไม่น้อยกว่ายี่สิบปี เขาใส่เสื้อผ้าชุดเดิมๆ ซ้ำไปวนมาอยู่อย่างนั้น เสื้อผ้าราคาถูกที่หาซื้อได้ตามตลาดนัดใกล้ๆบ้าน เสื้อเชิ้ตสีมอที่เคยเป็นสีขาวมาก่อนแต่สีค่อยๆเปลี่ยนไปตามอายุการใช้งาน

เขาตื่นแต่เช้า ตั้งแต่ดวงอาทิตย์ยังไม่ขึ้น มารดน้ำต้นไม้หน้าบ้าน รดเผื่อไปถึงต้นไม้บ้านข้างๆ ไปตลาด เตรียมอาหาร นั่งกินข้าวเช้ากับเมียและลูก แล้วก็ขับรถออกไปสวน เย็นๆก็กลับมาบ้าน ชีวิตวนอยู่อย่างนี้ สำหรับผมเขาเป็นผู้ชายธรรมดา ธรรมดา ที่มีชีวิตธรรมดา มีอาชีพที่สุจริตธรรมดา มีเงินเก็บตามอัตภาพ ดำรงตนอยู่ในทางที่ควรจะเป็น ไม่เบียดเบียนคนอื่น ไม่กู้หนี้ยืมสิน

ผู้ชายธรรมดาๆคนนี้นี่แหล่ะครับ ที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับผม ในการที่จะพยายามเอาอย่าง ให้สามารถมีชีวิตธรรมดา ธรรมดา แบบนั้นบ้าง

ย้อนเวลาถอยหลังลงไปอีกซักยี่สิบปี ผมมีโอกาสพบกับผู้หญิงคนหนึ่ง ผู้หญิงแก่ธรรมดา ธรรมดา ที่เกิดในบ้านกลางทุ่งนา เติบโตกลางทุ่งนา เป็นชาวนาและทำนามาตลอดชีวิต ผมจำได้ถึงวันงานศพของผู้หญิงคนนี้ ผมได้ยินคนที่มาร่วมงานพูดถึงแต่ความดีงามของการดำรงชีวิตอยู่ของเธอ หญิงชาวนาธรรมดาที่ชีวิตมีแต่การให้ ผู้หญิงที่คิดถึงแต่การทำความดี การทำบุญ ทำทาน มีชีวิตอยู่อย่างเรียบง่าย แค่ตื่นเช้ามืด ทำกับข้าว พอฟ้าสางก็ออกไปยืนรอพระหน้าบ้านเพื่อใส่บาตร ใส่บาตรเสร็จก็กลับเข้าบ้านมาล้างถ้วยล้างชาม เวลาหลังจากนั้นถ้าไม่ทำอาหารทำขนมไปถวายพระ ก็เย็บผ้าเช็ดเท้าเตรียมเอาไว้ไปถวายวัด เย็นๆหน่อยพอดวงอาทิตย์หมดแสงก็กางมุ้งเตรียมตัวเข้านอน เปิดวิทยุทรานซิสเตอร์เครื่องเก่า ที่มีเศษผ้ามัดอยู่รอบเพราะฝาครอบถ่านคอยจะหลุดจากความเก่าของมัน เสียงพระสวดทำวัตรเย็นก็ดังลอยมาจากวิทยุเครื่องเล็กนั้น ผมเห็นผู้หญิงคนนี้นั่งพนมมือ หลับตา และสวดตาม จบแล้วก็เข้านอน ถือเป็นอันสิ้นสุดกิจวัตรประจำวันที่แสนจะธรรมดา

ผู้หญิงคนนี้แหล่ะครับ ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผมในการพยายามคิดถึงคนอื่น ก่อนจะคิดถึงตัวเอง

มีแรงบันดาลใจขนาดเล็กๆหลายครั้งหลายหน ที่ผมถือเอามาเป็นแรงขับที่สำคัญในการทำสิ่งต่างๆของตัวเอง นั่นก็คือคำพูดจากคนรอบๆตัว ทั้งคำสอน คำดุ คำด่า คำว่ากล่าว เหล่านี้ผมถือเอามาเป็นเครื่องเตือนสติ ที่จะไม่ทำผิดแบบนั้นอีก ส่วนคำชม คำยกย่อง ผมรับเอามาเป็นแรงกระตุ้นในการทำสิ่งต่างๆ

ตอนเป็นครู เคยมีลูกศิษย์ผู้ชายหน้าโหดกล้ามใหญ่คนหนึ่ง เดินเข้ามาหาผม แล้วพูดกับผมว่า เขาเพิ่งมาเรียนคณิตศาสตร์รู้เรื่องและรู้สึกว่าชอบเรียนคณิตศาสตร์ตอนที่เรียนกับผมนี่แหล่ะ จำได้ว่าตอนนั้นหัวใจมันพอง ผ่านไปแล้วหลายปีผมก็ยังรู้สึกว่า เราน่าจะมาถูกทางแล้ว ตอนนี้ผมทำวีดีโอสอนคณิตศาสตร์แล้วอัพโหลดขึ้น YouTube ใน Channel ของผมเอง มี comment หนึ่งในหลายๆ comment ที่ฝากไว้ว่า “สอบได้เพราะ clip นี้เลย” จากที่ผมเคยขี้เกียจบ้าง เบื่อๆบ้าง ก็คิดได้ว่า ทำต่อไปเถอะ ถ้ามันจะทำให้เด็กซักคนมีความสุขกับการสอบคณิตศาสตร์ผ่านได้บ้าง ก็น่าจะคุ้มค่าที่จะทำ

สมัยที่ผมยังไม่ได้เริ่มเขียน blog จริงๆจังๆ สมัยที่มองไปที่คนเขียนหนังสือแล้วได้ยินว่า แรงบันดาลในเป็นสิ่งสำคัญ ตอนนั้นผมไม่ get เท่าไหร่ แอบคิดในใจว่า “เว่อร์ไปเปล่าวะ” หรือไม่ก็ “ติสท์แตกว่ะ” ตอนนี้ที่ผมตั้งอกตั้งใจว่า จะเขียน blog ให้ได้อย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 entry เพื่อให้ได้อย่างน้อยปีหนึ่ง 52 entry (ซึ่งก็ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง) คำว่า แรงบันดาลใจกลายเป็นเหมือนสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับผมขึ้นมาทีเดียว

สำหรับผม แรงบันดาลใจคงไม่ได้เป็นสิ่งลึกลับซับซ้อน ไม่ได้ถึงกับต้องค้นหาชั่วชีวิต เพื่อที่จะได้พบ สำหรับผม แรงบันดาลใจหาได้ไม่ยาก แค่ลืมตาดู เงียหูฟัง เปิดประตูบ้านออกไป แรงบันดาลใจก็อาจจะวางอยู่แล้วที่หน้าประตูบ้านตรงข้าม อยู่ในคำพูดของผู้คนรอบๆตัว แทรกอยู่ในวิถีการดำรงชีวิตของผู้คน หรือเป็นนกตัวที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้ หรือเป็นต้นหญ้าสีเขียวต้นเล็กๆบนพื้น เป็นดอกไม้สีเหลืองที่แทรกตัวขึ้นมาจากรอยแตกของพื้นปูนบนถนน แม้กระทั่งเป็นลมที่พัดมากระทบผิวกาย ทุกสิ่งล้วนเป็นแรงผลัก แรงขับให้เรากระทำสิ่งต่างๆที่ดีงามได้ทั้งนั้น ก็แค่เปิดใจ เปิดตา เปิดหู เปิดสมอง รับมันเข้ามา และใช้มันเป็นพลังในการเคลื่อนไหวร่างกายและจิตใจ เท่านั้นเอง

————————————————————————————

Advertisements