อาทิตย์ก่อนผมกระโดดลงไปในแม่น้ำของตัวหนังสือ ว่ายวนไปมาด้วยความเพลิดเพลิน ฟังดูเหมือน “เว่อร์” แต่เป็นอย่างนั้นจริงๆครับ ผมเริ่มอ่านตอนเช้าหลังจากจัดบ้าน, เอาผ้าไปใส่เครื่องซัก, ล้างจาน เสร็จเรียบร้อย อ่านไปเรื่อยจนสาย ลืมกินข้าว ลืมหิว อ่าน อ่าน และอ่าน อ่านหนังสือคณิตศาสตร์ที่ไม่เคยคิดว่าจะอ่านแล้วติด อ่านหนังสือประวัติศาสตร์อเมริกาที่ครูภาษาอังกฤษให้ยืมมา และอ่านอะไรต่อมิอะไรอีกในอินเตอร์เน็ท

ผมอ่านหนังสือคณิตศาสตร์ที่เป็นภาษาอังกฤษ อ่านไปก็พยายามสมมติ ให้ตัวเองลองถ่ายทอดสิ่งที่อ่านออกมา เป็นภาษาอังกฤษ เปิดคอมอัดเสียงที่ตัวเองพูด เปิดโปรแกรมบันทึกสิ่งที่ตัวเองเขียนเพื่อถ่ายทอดไปด้วย แต่ไม่ได้ปล่อยขึ้นไปบน YouTube เพราะรู้สึกว่า มันตลก สำเนียงมันยังไม่ได้ โอเคครับ มันดีกว่าแต่ก่อน แต่มันก็ยังเป็น “คนไทยพูดภาษาอังกฤษ” นั่นแหล่ะครับ

อาทิตย์ก่อนหน้านั้น ผมรู้สึกสนุกสนาน กับการทำคลิปวีดีโอสอนคณิตศาสตร์โดยพูดเป็นภาษาไทยปกตินี่แหล่ะครับ บันทึกมัน แล้วก็ปล่อยขึ้น YouTube ใน channel ของตัวเองที่ลงทะเบียนไว้เมื่อหลายปีก่อน ตั้งใจจะเอาไว้อัพวีดีโอโน่นนั่นนี่ เวลาไปเที่ยวเล่นๆ ไปไปมามาก็มาเริ่มทำคลิปสอนคณิตศาสตร์เพราะแค่อยากทำกันลืม หลังๆนี่เริ่มรู้สึกอยากเอาจริงขึ้นมาแล้ว อาทิตย์ก่อนเป็นอาทิตย์ที่สนุกสนาน ทำไปวันละห้าหกคลิป รวมๆแล้วก็ได้เยอะอยู่เหมือนกัน ได้ใจด้วยเพราะมีคนดูเข้ามาฝากข้อความไว้ว่า “ขอบคุณมาก” คำสั้นๆ แต่มันทำให้ผมรู้สึกว่า มันก็มีประโยชน์เหมือนกันนี่หว่า ก็เลยทำใหญ่

สามสี่วันก่อน มีน้องชายที่คุ้นเคยกัน และเป็นแฟนบล็อคตัวยง ถามผมว่า ทำไมช่วงนี้ไม่เห็นมีอะไรใหม่ในบล็อค ผมก็บอกไปตามเหตุผลข้างบนนั่นแหล่ะครับ ว่ากำลังเพลิดเพลินอยู่กับการทำวีดีโอสอนเลขอย่างที่ว่า หลังจากนั้นก็เลยรู้สึกว่า กลับมาเขียนบ้างดีกว่า

แล้วก็อีกนั่นแหล่ะครับ รู้สึกว่าตอนนี้วันนึง เวลาที่มีมันไม่พอเสียแล้วกับสิ่งที่อยากทำ ให้เวลากับการนอนไปประมาณแปดชั่วโมง เหลือเวลาที่ลืมตาอยู่สิบหกชั่วโมง กินข้าวอาบน้ำแปรงฟันเข้าห้องน้ำ รวมๆกันซักสองชั่วโมง เหลืออยู่สิบสี่ ทำงานบ้าน ดูแลครอบครัว ออกไปเล่นกีฬา ก็เหลืออยู่ซักแปด

แต่ด้วยความ “อยาก” ที่มีอยู่มากเหลือเกินตอนนี้ เลยทำให้มีสิ่งที่อยากจะทำในแต่ละวัน มากเกินกว่าเวลาที่เหลือจะรองรับได้หมด เขียนบล็อค, ทำวีดีโอสอนเลข, หัดเล่นกีตาร์, อ่านหนังสือคณิตศาสตร์, อ่านหนังสือประวัติศาสตร์, อ่านหนังสือไทม์ที่รับทุกสัปดาห์, ฝึกพูดภาษาอังกฤษ, ฝึกเขียนภาษาอังกฤษ, ฝึกฟังภาษาอังกฤษ, ฯลฯ

มันเหมือนกับว่า การออกจากการทำงานประจำมันได้มีโอกาส “กระโจน” เข้าไปหาสิ่งที่ฝันอยากจะทำมานานแสนนาน เข้าไปหาด้วยความกระหาย อะไรก็อยากทำไปเสียหมด โน่นก็ดี นี่ก็น่าสนใจ เวลาเท่าไหร่มันก็เลยไม่พอ แป๊บๆ เดี๋ยวก็หมดวันแล้ว

เมื่อคืนผมนอนตีสี่ เริ่มนั่งหน้าคอมตอนทุ่มนึงได้ ฟัง podcast บรรยายธรรมะของท่าน Dalai Lama เมื่อไปบรรยายที่มหาวิทยาลัยในอเมริกา แล้วก็ฟังบรรยายเรื่องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของไทยไปอีกชั่วโมงกว่า จบแล้วก็นั่งดูสารคดีเกี่ยวกับเกาหลีเหนือไปอีกหลายชั่วโมง แล้วก็เขียนบล็อค แป๊บๆ ดูนาฬิกาอีกที “ตีสี่” รวดเดียวเลยครับ ไม่มีหาวซักหวอด เมื่อกลางวันไปเล่นเทนนิสตอนบ่ายโมง เล่นไปสองชั่วโมง แดดเปรี้ยงอากาศไม่ร้อน แต่ผมจะตายให้ได้ บอกเพื่อนฝรั่งว่าวันนี้แค่นี้ก่อนนะ จะสลบแล้ว

ผมเคยทำตารางกิจวัตรประจำวันอยู่นะครับ เกาะติดอยู่กับตารางอยู่ได้ซักอาทิตย์เดียว หลังจากนั้นก็ปล่อยตัว ปล่อยใจ ตามความอยากจะพาไป หลงใหลไปกับอะไรเมื่อไหร่ ก็ปล่อยตัวเองไปตามนั้นเสียทุกที สงสัยคงต้องกลับไปเกาะให้ติดเหมือนเดิม ไม่อย่างนั้นอาจจะพลาดหลายอย่างที่อยากจะทำไป

นึกถึงที่หลายคนพูดกัน ว่าเวลามันก็มีอยู่เท่าเดิม ความเร็วของการเดินมันก็เหมือนกันทุกวัน ยกเว้นก็แค่บางเวลาที่สุขมากแล้วรู้สึกว่ามันผ่านไปเร็ว หรือเวลาที่ทุกข์มากแล้วรู้สึกว่ามันอืดอาด

จริงมั้ยครับ

Advertisements