เช้านี้ผมตื่นมาพร้อมอาการ “บ้านหมุน” ครับ คงเพราะลุกจากที่นอนเร็วเกินไป หรืออย่างอื่นก็ยังไม่รู้ พอนอนนิ่งๆแป๊บนึงนึกว่าจะหาย เริ่มจะขยับตัวและหัวอีกครั้ง ก็กลายเป็นว่า รู้สึกแย่กว่าเดิม คราวนี้มีอาการคลื่นไส้ พะอืดพะอม (คำนี้ไม่เคยพิมพ์เลยแฮะ) เข้ามาด้วย

ผมเดินลงมาชั้นล่าง เตรียมข้าวปลา กาแฟ ให้คุณภรรยาไปทำงาน ก็ยังรู้สึกคลื่นไส้และเวียนหัวอยู่เหมือนเดิม แม้กระทั่งตอนนี้ ที่นั่งจด(ก่อนจะมาพิมพ์) หัวก็ยังหมุนๆ

ผมนั่งเขียนโดยท้าวแขนซ้ายไว้บนโต๊ะ เพื่อเอาหัวที่หมุนติ้วๆพาดเอาไว้บนท่อนแขน ผมพยายามเดา หาสาเหตุการปวดหัว คิดไปถึงเมื่อวาน ไม่รู้ว่าเกี่ยวอะไรกับอาการปวดหัวจากเมือวานตอนบ่ายหรือเปล่า

เมื่อวานนี้ ตั้งแต่เช้าทุกอย่างก็ดูปกติดี ผมมีกิจกรรมที่ต่างไปจากปกตินิดหน่อยคือ ออกไปเล่นเทนนิสตอนเที่ยงตรง แดดก็ไม่ได้แรงมาก แถมอุณหภูมิก็ต่ำๆ ไม่น่าจะเกินสิบองศาเซลเซียส กลับจากเล่นเทนนิส คุณภรรยาชวนกินข้าวกับผัดมะเขือที่เธอเพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ แต่ผมเสียดายน้ำราดหน้าที่ยังกินไม่หมด เหลืออยู่ในตู้เย็นเมื่อหลายวันก่อน ก็เลยเอาเส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป (เชฟหมีบอกว่าไม่ต้องไปโฆษณาให้เค้า ฮ่ะๆๆ) มาใส่ลงไปด้วยกันในหม้อขนาดกลาง แล้วก็ตั้งไฟแรงสุด ตั้งเวลาสี่นาที ก็ได้กิน ผมซัดจนหมด ผมเดาเอาเองจากการพิสูจน์กลิ่นว่ามันยังกินได้ปกติ คุณภรรยาบอกว่าอย่ากินเลย แต่ก็ห้ามไม่อยู่ ไม่รู้ว่านี่เป็นสาเหตุหรือเปล่า

ผมคิดถึงสาเหตุอีกอย่างที่เพิ่งเจอเมื่อวาน คือเรื่องสายตายาว คือเมื่อวันก่อนผมนอนอ่านข่าวในไอพ็อด ปกติผมก็จะนอนหงายหนุนหมอน เอาไอพ็อตวางบนหน้าอก อ่านได้สบายใจ แต่เมื่อวานนี้รู้สึกว่าอ่านไม่ชัดเอาซะเลย ผมก็เลยลองยืดระยะแขนให้ไกลออกไปอีกหน่อย โอ้โห ปรากฏว่า ชัดแจ๋วเลยครับ ผมกะๆระยะเอาก็่น่าจะเกินหนึ่งฟุตนั่นแหล่ะ ชัดเลยครับ ผมสายตายาวเรียบร้อยแล้ว ไม่รู้ว่านี่หรือเปล่าที่ทำให้ปวดหัวคลื่นไส้ แต่มันก็ดูรุนแรงไปหน่อยนา

เคยได้ยินมาจากรุ่นพี่ที่อายุสามสิบ ตั้งแต่ตัวผมเองอายุยี่สิบต้นๆแล้วล่ะครับ ว่าเดี๋ยวพออายุเข้าสามสิบปุ๊บนะ ร่างกายมันจะออกอาการ “แก่” ให้เห็นเลย ตอนนั้นก็ได้แต่ฟัง ในใจก็คิดว่า เว่อร์ไปหรือเปล่า ตอนนี้ผมผ่านสามสิบมาเกือบสิบปีแล้วครับ กำลังแหย่ขาเข้าไปที่สี่สิบแล้วข้างนึง ตอนนี้เข้าใจแล้วว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ

ตอนอายุสิบกว่าๆ ที่โรงเรียน เวลาที่ถึงพักเที่ยงปุ๊บวิ่งลงไปเตะบอลได้ปั๊บ แดดเปรี้ยงๆนั่นแหล่ะครับ เตะไปจนเกือบหมดเวลาพักแล้วก็รีบวิ่งไปกินข้าว อะไรก็ได้ที่เหลือในโรงอาหารจับยัดๆใส่ปากได้หมด แล้วก็วิ่งขึ้นตึกไปนั่งเรียนได้เฉย ไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย

พออายุยี่สิบกว่าผมเลิกเตะบอลหันหน้ามาเล่นเทนนิส เล่นเทนนิสได้เกือบทุกวัน วันละสองสามชั่วโมง นอนดึกได้ชนิดสว่างคาตาแบบสบายๆ เริ่มมีอาการปวดท้องถ้ากินอาหารไม่ตรงเวลา พอเข้าช่วงอายุยี่สิบกว่าปลายๆ ก็ได้รับประสบการณ์โรคกระเพาะชนิด ต้องหามเข้าโรงพยาบาล

เข้าสู่ช่วงสามสิบต้นๆ ผมเริ่มขาว ขาว และขาวมากขึ้น จนปัจจุบันเพื่อนฝรั่งนึกว่าไปทำสีขาวมาบอกว่า “ไอชอบสีผมยูมั่กๆเลยนะ ไปทำมาเหรอ” เอ่อ ของจริงน่ะ

ตอนนี้สามสิบแก่ๆ อย่างที่บอกไปนั่นล่ะครับ ผมขาว,สายตายาว,บ้านหมุน, มากันพร้อมหน้าพร้อมตา คิดว่าสี่สิบกว่าก็คงชักชวนกันมาเพิ่มเติมอีก

ไม่ได้เศร้าเสียใจอะไรหรอกนะครับ ผมกลับรู้สึกสนุกกับมันด้วยซ้ำ ออกจะตื่นเต้นด้วยว่าจะมีอะไรมาอีก รู้อยู่แล้วว่าทุกอย่างที่เจอตอนนี้ก็แค่เริ่มต้น ยังมีอะไรอีกเยอะ

จบละครับเรื่องบ้านหมุน ขณะที่พิมพ์อยู่นี่ก็บ่ายโมงกว่าแล้ว ยังงงๆอยู่นิดหน่อย แต่ดีขึ้นกว่าเมื่อเช้ามากแ้ล้ว

ที่นี่ ช่วงนี้น่าจะเรียกว่า เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ แล้ว มีแสงอาทิตย์ให้เห็นทุกวันแล้ว ตอนกลางวันเปิดม่านให้แสงอาทิตย์ส่องเข้ามาในบ้านแล้วก็รู้สึกสดชืนดี ต่างกันมากกับฤดูหนาว ที่เปิดม่านมองออกไปก็เห็นแต่หิมะสีขาวกับต้นไม้ที่เหลือแต่กิ่งกับก้าน ยืนต้นสั่นระทวยอยู่กลางลมหนาวนั่น

ชีวิตก็เหมือนฤดูกาลล่ะมั้งครับ ไม่ได้หนาวไปตลอด ไม่ได้ร้อนอยู่เสมอ มีของใหม่ให้เจอทุกวัน เพลิดเพลินดีนะครับ

Advertisements