ผมนั่งดูรายงานข่าวจากช่อง ABC เป็นปราศรัยของ คุณโอบามา ต่อกรณีส่งกำลังไปช่วยฝ่ายต่อต้าน ในลิเบีย เพราะตอนนี้ในอเมริกาก็กำลังเป็นประเด็นกันใหญ่ ฝั่งรีพับริกันก็ต่อต้าน(แน่นอนอยู่แล้ว)ว่า ประเทศก็จะแย่แล้วจะเสียเงินส่งไปทำไม ผมคิดว่าน่าสนใจ ลองมาอ่านกันดูนะครับ ผมว่าจะแปลซักครึ่งนึงละกันครับ (ผมแปลเอง ไม่มีตัวแสดงแทน ฟังไปพิมพ์ไปครับ ผิดพลาดประการใดก็ขออภัยกันด้วยเด้ออออ )

———————————————————————————————————–

คืนนี้ ผมอยากขอส่งข่าวแก่ชาวอเมริกัน เกี่ยวกับสิ่งที่เรากำลังทำ ในการเป็นผู้นำในการส่งกำลังไปลิเบีย ผมขอเริ่มต้นด้วย การขอชื่นชมเหล่าทหารทั้งหลาย ในความกล้าหาญ ความเป็นมืออาชีพ ความรักชาติ ที่เขาเหล่านั้นปฏิบัติงานด้วยความรวดเร็ว และสิ่งที่พวกเขาทำนั้นได้ช่วยชีวิตผู้คนไว้จำนวนมากมาย

ในขณะที่เราส่งกำลังไปที่พันธมิตรของเราในญี่ปุ่น ช่วยเหลือผู้คนในอิรัก ยับยั้งการคุกคามของตาลีบันในอัฟกานิสถาน และติดตามอัลเคด้าไปทั่วโลก ทั้งทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ นาวิกโยธิน หน่วยป้องกันชายฝั่ง รวมถึงครอบครัวพวกเขาด้วย ผมรู้ว่าชาวอเมริกันทั้งหลายก็ร่วมรู้สึกต่อสิ่งนี้ไปด้วยกัน

ประเทศสหรัฐอเมริกานั้นได้แสดงบทบาทในการยึดมั่นถึงความมั่นคงปลอดภัยของโลก และอุทิศตัวให้กับอิสรภาพของมนุษยชาติ เราพยายามแล้วที่จะหลีกเลี่ยงความท้าท้ายที่เกิดขึ้น แต่เมื่อมีสิ่งเกี่ยวข้องกับเรา เราจึงต้องมีบทบาท นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นที่ลิเีบียในหกสัปดาห์ที่ผ่านมา

ลีเบียตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างตูนีเชียและอียิปต์ (อันนี้เจ๋งอ่ะ ผมว่าดีนะมีการปูพื้นให้คนเข้าใจด้วย แต่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ชาวบ้านที่นั่งดูช่อง FOX อยู่จะทนนั่งฟังแกจนถึงนาทีนี้ได้หรือเปล่า) ตูนีเชียสร้างแรงบันดาลใจไปทั่วโลก เมื่อประชาชนเลือกที่จะเริ่มต้นเลือกทางเดินในอนาคตด้วยตัวเอง

มากกว่าสองทศวรรษที่ประชาชนชาวลีเบียถูกปกครองโดยทรราช ที่ชื่อว่า “โมฮัมหมัด กัตดาฟี” เขาปฏิเสธที่จะให้อิสรภาพแก่ประชาชน สังหารผู้ต่อต้านทั้งในประเทศและต่างประเทศ และคุกคามผู้คนไปมากมาย รวมทั้งชาวสหรัฐอเมริกาที่ถูกสังหารโดยลีเบีย

ชาวลีเบียในหลายเมืองเรียกร้องสิทธิพื้นฐานของสิทธิมนุษยชน ชาวลิเบียคนหนึ่งพูดว่า “ในที่สุดเราก็มีความหวัง ฝันร้ายตลอดสี่สิบปีจะจบลงแล้ว” เนื่องจากโอกาสของประชาชนนี้ กัตดาฟีเริ่มต้นโจมตีผู้คน และเรา(สหรัฐอเมริกา) ก็เริ่มต้นอพยพคนของเราออกมา เราเริ่มต้นการคว่ำบาตร และเราต้องการให้กัตดาฟีลงจากตำแหน่ง

แต่กัตดาฟีกลับเพิ่มการโจมตีมากขึ้น ด้วยการส่งกำลังทหารไปต้านประชาชนชาวลีเบีย ประชาชนคือเป้าหมายในการสังหาร โรงพยาบาล รถพยาบาลก็ถูกโจมดี (อันนี้เจ๋งนะผมว่า ดึงความรู้สึกคนฟังดีอ่ะ) รวมทั้งการคุกคามทางเพศ และการฆ่าด้วย อาหาร น้ำมัน ที่พัก รวมทั้งน้ำดื่มสำหรับประชาชนถูกตัดขาด เครื่องบินรบ เฮลิคอปเตอร์ถูกส่งมาสังหารประชาชน ผู้ซึ่งไม่มีทางที่จะป้องกันตัวเองได้จากการโจมตีทางอากาศเลย

เพื่อต่อต้านความโหดร้ายนี้ ผมได้มีคำสั่งให้เรือรบของเราไปประจำการในทะเลเมดิเตอเรเนียน และประกาศว่าให้หยุดฆ่าประชาชน รวมทั้งการประกาศเขตห้ามบินเพื่อป้องกันการโจมตีประชาชน

เมื่อสิบวันก่อน มีการพยายามที่จะหยุดเหตุการณ์โดยปราศจากการใช้กำลังทางอากาศ นานาชาติยื่นโอกาสสุดท้ายให้กับกัตดาฟีที่จะหยุดการฆ่าประชาชน และเข้าสู่การพิจารณาคดี แต่แทนที่จะหยุด กลับเพิ่มความรุนแรงมากขึ้น ในเมืองเบงกาซี (เมืองนี้อยู่ฝั่งตะวันออกนะครับ เป็นเหมือนที่มั่นของฝั่งต่อต้านกัตดาฟีแหล่ะครับ) ทำให้สหรัฐอเมริกาและนานาประเทศจำเป็นต้องเลือก

กัตดาฟีประกาศว่า เขาจะไม่มีความปราณีต่อประชาชนของเขา (ผมชอบคำนี้ครับ He will show no mercy to the people. ฟังดูโคตรโหดเลยอ่ะครับ) เขาเปรียบเทียบเหมือนกับหนูที่มารบกวนดังนั้นจะ้ต้องกำจัด ในอดีต เราเคยเห็นเขาแขวนคอคนบนถนน และฆ่าประชาชนไปเป็นพันคนภายในวันเดียว และขณะนี้เราเห็นการใช้กำลังของรัฐบาลในหลายเมือง

เรารู้ว่าหากเรารอเพียงแค่อีกวันเดียว เมืองเบงกาซี เมืองที่มีขนาดเท่าๆกับ เมืองชาล็อต(อันนี้ผมไม่ชัวร์อ่ะ ว่าเมืองไหนแน่ในอเมริกา หรือว่าที่ไหน) จะถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และสิ่งนั้นจะอยู่ในสำนักของชาวโลกไปตลอด นั่นเป็นสิ่งที่เราจะยอมให้เกิดขึ้นไม่ได้ ผมปฏิเสธที่จะยอมให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น

ดังนั้น เมื่อเก้าวันที่แล้ว จากการปรึกษาผู้นำทั้งสองพรรคในสภา ที่จะอนุมัติการส่งกำลังทางทหารเพื่อหยุดการฆ่าชาวลิเบีย และสนับสนุนการดำเนินการของสหประชาชาติ

เราส่งกำลังเข้าไปในเบงกาซี โจมตีกำลังทหารของกัตดาฟี โจมตีหน่วยต่อสู้อากาศยานของกัตดาฟี ทำลายรถถัง และตัดการส่งกำลัง คืนนี้ผมขอรายงานว่า เราได้หยุดการกระทำที่เลวร้ายของกัตดาฟีแล้ว

(หมดคลิปแรกไปแล้วครับ มาต่อคลิปสองกัน รวมเวลาสิบนาทีพอดี)

สหรัฐอเมริกาไม่ได้ทำการนี้โดยลำพัง เราร่วมมือกับพันธมิตรที่แข็งแกร่งและน่ายกย่อง ประเทศที่น่าชื่นชม อังกฤษ ฝรั่งเศส แคนาดา เดนมาร์ค นอร์เวย์ อิตาลี สเปน กรีซ และ ตุรกี ทั้งหมดที่เคยร่วมรบกันมาแล้วหลายทศวรรษ รวมทั้งพันธมิตรประเทศอาหรับ ได้แก่ (ประเทศแรกนี่ผมไม่เก็ตอ่ะครับ ว่าประเทศอะไร ใครฟังออก ช่วยบอกผมทีครับ) และสหรัฐอาหรับเอมิเรต ประเทศซึ่งแสดงเจตนาในการป้องกันประชาชนชาวลีเบีย

โดยสรุปแล้ว ภายในหนึ่งเดือน สหรัฐอเมริกาได้ร่วมมือกับนานาประเทศ ทำให้หยุดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และการใช้กำลังทางอากาศควบคุมการประกาศเขตห้ามบินได้ เราใช้ความร่วมมือทั้งการทหารและการทูต เมื่อเทียบกับกรณีในบอสเนีย ที่ต้องใช้เวลามากกว่าหนึ่งปี เพือที่จะยับยั้งการโจมตีืทางอากาศเพื่อฆ่าประชาชน เราใช้เวลาสามสิบเอ็ดวัน

และอีกสิ่งที่เราประสบความสำเร็จคือ ผมเคยบอกไว้ว่า บทบาทของสหรัฐอเมริกาจะมีการสิ้นสุด เราจะไม่ส่งกำลังทหารลงไปในลิเบีย โดยร่วมมือกับนาโต้เพื่อควบคุมเขตห้ามบิน และเมื่อคืนนาโต้ก็ประกาศจะเข้าไปดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนชาวลีเบีย และถือเป็นการส่งความรับผิดชอบต่อให้นาโต้ในวันพุธ (วันที่ผมกำลังพิมพ์ ก็วันที่คุณโอบามาแถลง คือวันอังคารครับ) ผมมั่นใจว่าเหล่าพันธมิตรของเราจะสามารถกดดันกองกำลังของกัตดาฟีได้ต่อไป และในความพยายามนั้น สหรัฐอเมริกาก็จะรับบทผู้สนับสนุนต่อไป

สำหรับผู้ที่ยังมีคำถาม เราขอประกาศว่า เราได้ทำในสิ่งที่เราควรจะทำสำเร็จแล้ว ไม่สามารถบอกได้ว่า มันสมบูรณ์แบบ เราจะร่วมมือกับนาโต้ต่อไปที่จะช่วยประชาชนลีเบีย ที่จะจัดหาอาหารแก่ผู้หิวโหย และยาแก่ผู้เจ็บป่วย รวมทั้งป้องกันเงินของกัตดาฟีให้กลับไปสู่ประชาชน ไม่ใช่กลับไปหากัตดาฟีหรือมาที่เรา(สหรัฐ) แต่ให้กลับไปหาประชาชน

วันพรุ่งนี้คุณฮิลลารี่ คลินตัน จะไปลอนดอน เพื่อปรึกษากับประเทศต่างๆมากกว่าสามสิบประเทศ โดยจะให้ความสนใจไปที่ จะกดดันทางการเมืองอย่างไรกับรัฐบาลกัตดาฟี และการส่งผ่านการปกครองสู่ประชาชนลีเบีย เพราะว่าการใช้กำลังทางทหารนั้นเพื่อปกป้องชีวิต เพื่อให้ประเทศลิเบียเป็นของประชาชน ไม่ใช่ของผู้ปกครอง

ผมทราบว่า มีชาวอเมริกันที่ยังสงสัยต่อปฏิบัติการในลิเบีย กัตดาฟียังคงอยู่ในตำแหน่ง ลีเบียก็ยังคงอันตรายอยู่ แม้กัตดาฟีจะลงจากตำแหน่งไป แต่การอยู่ในตำแหน่งมาถึงสี่สิบปี ก็ทำให้สถานการณ์ในประเทศเปราะบาง ทำให้สหรัฐอเมริกายังคงมีภาระต่อไป เป็นภาระต่อประชาคมโลก และสำคัญยิ่งกว่านั้นคือการช่วยเหลือประชาชนลีเบีย

มีการถกเถียงกันอย่างมากในวอชิงตัน (หมายถึงดีซีอ่ะนะครับ) ว่าเราไม่ควรส่งกำลังไปเลย แม้แต่การส่งกำลังไปหรือแสดงบทบาทอย่างจำกัดที่เป็นอยู่ก็ไม่ควรทำ ในประเทศที่อยู่ไกลอย่างนั้น มีประเทศอีกมากมายที่เป็นแบบนี้ สหรัฐอเมริกาไม่ควรแสดงบท “ตำรวจโลก” โดยเฉพาะในขณะที่เรามีความยากลำบากในบ้านเรา

มันเป็นความจริง เราไม่ควรส่งกำลังทหารไป ควรสนใจแต่ผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับเรา แต่เราไม่สามารถปฏิเสธสิ่งนี้ได้ (อันนี้ขอให้ไปฟังเสียงคุณโอบามาจริงๆนะครับ ผมว่าได้อารมณ์สุดๆ) โดยเฉพาะในลิเบีย ในขณะนี้ เรากำลังเผชิญหน้ากับความโหดร้าย และเรามีความสามารถที่จะหยุดความโหดร้ายนั้นได้ เราจะทรยศสิ่งที่เราเป็นได้อย่างไร (แหล่ม)

บางประเทศอาจทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นกับเรื่องนอกประเทศได้ (ฮ่ะๆๆ อันนี้ผมว่าคนที่ตามข่าวอยู่ก็คงทราบนะครับ ว่าคุณโอบามากำลัง “กัด” ใครอยู่) แต่สหรัฐอเมริกาไม่ใช่แบบนั้น ในฐานะประธานาธิบดี ผมขอปฏิเสธที่จะรอดูเฉยๆจนกระทั่งการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ เริ่มต้นขึ้น (ถ้ายังจำกันได้ เมื่อครั้งกรณีรวันดา ตอนนั้นนานาประเทศไม่ส่งกำลังเข้าไปเลย รวมทั้งสหรัฐอเมริกา จนกระทั่งชาว Tutsi ในรวันดาถูกฆ่าตายไปเกือบล้านคนภายในเวลาสามเดือน ว่ากันว่า ประธานาธิบดีคลินตันถือว่านั่นเป็นสิ่งที่เป็นจุดด่างพร้อยสำคัญในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของเขาเลยเชียวล่ะครับ)

———————————————————————————————————–
เอาล่ะครับ เอาไว้แค่นี้ก่อนนะครับ มันเมื่อยมือน่ะครับ พอหอมปากหอมคอ ขอให้ไปฟังคลิปแถลงเต็มๆได้ในเว็บ ช่องข่าว ABC นะครับ ผมก็เปิดดูเอาจากเว็บเค้าแหล่ะครับ

มีข่าวตกมาจากเมื่อวาน คุณโดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์ในรายการข่าว สับคุณโอบามาซะเละเทะ และผมก็เพิ่งทราบนี่แหล่ะครับ ว่าเค้าอาจจะมาเป็นผู้ลงสมัครประธานาธิบดีอเมริกาปีหน้าด้วย แถมยังเปิดประเด็น(จริงๆก็เป็นประเด็นอยู่แล้ว) เรื่อง ใบเกิดของคุณโอบามากลางรายการด้วย ว่าถ้ามีจริง เอามาให้ดูหน่อยสิ ผมว่าเค้าก็เอามาให้ดูไปแล้วนะ แต่คนไม่เชื่อก็บอกว่ามันเป็นของปลอมอยู่ดีแหล่ะครับ

มุมมองผมกรณีนี้ อเมริกาเล่นบทได้กำลังดีนะครับ (ถึงวันนี้) ไม่เลยเถิดไปเหมือนตอนอิรัก หรืออัฟกา อยากให้จบเร็วๆนะสงครามเนี่ย ไม่ชอบเลยครับ

Advertisements