จอห์น เลนนอน ปธน.อเมริกัน

สมัยตอนเด็กเคยได้ยินว่ามีประธานาธิบดีอเมริกา โดนลอบสังหาร โดยถูกยิงด้านหลังขณะนั่งอยุ่บนรถเปิดประทุน ประธานาธิบดีคนนั้นชื่อ “จอห์น เลนนอน” จริงๆครับ ตอนสมัยเป็นเด็ก จำสับกันหมด ไม่รู้คนไหน จอห์น เลนน่อน (สมาชิกเดอะบีทเทิล) หรือว่า คนไหน จอห์น เอฟ เคนเนดี้ (ปธน.คนที่ถูกลอบสังหารคนนั้น) เอาน่าาาา ก็ตอนนั้นมันเพิ่งเด็กประถม รู้จัก JFK นี่ก็หรูแล้ว นี่ถ้าสมัยนั้นมี KFC ผมจำสับกับ ผู้พันแซนเดอร์ แหงๆ

ตอนเด็กๆ เวลานอนดูข่าวต่างประเทศ ได้ยินชื่อประธานาธิบดีของอเมริกาคนแรกที่รู้จัก ก็คือ โรนัลด์ เรแกน รู้ว่าคุณลุงเรแกน (บางคนเรียกปู่เรแกน) เคยเป็นดาราหนังมาก่อน รู้สึกแปลกใจว่าดารามาเป็นปธน.ได้ด้วยแฮะ แล้วพอโต คนที่ผมได้ยินข่าวบ่อยๆถัดมาก็อีกตา จอร์จ บุช จูเนียร์และซีเนียร์เลย (ครอบครัวนี้ได้เป็นประธานาธิบดีกันทั้งพ่อทั้งลูก แต่อีตาคนลูกนี่ รู้สึกจะแสบมากกว่าพ่อหลายช่วงตัวนัก)

ท่านประธานาธิบดี
ผมก็เพิ่งรู้ตอนที่มาอยู่อเมริกาเนี่ยว่า เวลาเลือกประธานาธิบดี เค้าเลือกกันแบบแบ่งแต่ละรัฐเป็นเขตเลือกตั้งย่อยๆอีก แล้วก็นับเขตที่ได้ ว่าใครได้จำนวนเขตมากกว่ากัน คนนั้นก็ได้เป็นประธานาธิบดีไป (Electoral Vote) ไม่ได้นับจำนวนคนเลือกว่าใครได้มากกว่ากัน (Popular Vote) ดูจากรูปนี้ละกันครับ

เพราะวิธีการเลือกแบบนี้ มันเลยมีเรื่องฮาาา สมัยตาบุชคนลูกมาแข่งเลือกตั้งรอบแรก แข่งกับ อัล กอร์ ผลปรากฏว่า คะแนนรวมแบบนับหัวเนี่ย อัล กอร์ ได้มากกว่าตั้งห้าแสนกว่าเสียง (จริงๆก็ยังถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับประชากรเค้า) แต่พอมานับเขตแล้ว ตาบุช คนลูก ได้จำนวนเขตเยอะกว่า ก็เลยได้เป็นประธานาธิบดีไปอีกรอบ ตลกแต่ขำไม่ออกชัดๆ

เคยรู้มาว่า พรรคการเมืองในอเมริกาเนี่ย ปัจจุบันมีอยู่สองพรรคใหญ่ๆ เปิดวิกีดู เพิ่งรู้ว่ามีอีกเป็นสิบ แต่ที่มีบทบาทหลักๆอยู่ในสภาก็มีแค่ เดโมแครต (Democratic party) กับ รีพับบริกัน (Republican party) แต่ละพรรคก็แบ่งข้างกันชัดเจน

ฝั่งรีพับบริกันก็อนุรักษ์นิยมสุดขีด อเมริกาคือสุดยอด ชอบทหาร คนผิวขาวคือคนชั้นสูง ไม่ชอบใจมุสลิม,เม็กซิกัน สนับสนุนการมีปืนไว้ในครอบครอง เกลียดพวกโฮโมฯ ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม ประกาศสงครามกับชาวบ้านประจำ ชาวบ้านชิบหายไม่เป็นไร ขอประเทศกรูเจริญพอแล้ว อะไรประมาณนั้น ปธน.และคนที่เคยเข้าชิง ที่มาจากฝั่งรีพับบริกันก็แสบๆทั้งนั้น (ในสายตาผม) เช่น โรนัลด์ เรแกน ที่เคยเป็นดาราหนังมาก่อน ได้รับเลือกตั้งในสมัยแรกชนิดแทบจะยกประเทศ สนับสนุน “สงครามเย็น” แบบเต็มตัว โชคดีที่โซเวียตล่มซะก่อน ไม่งั้นอาจได้เห็นสงครามจริงๆตั้งแต่ตอนนั้น อีกคู่ก็ จอร์จ บุช ทั้งพ่อและลูก (สองคนนี้ชื่อกับนามสกุลเหมือนกัน) ทั้งคู่ประกาศสงครามกับ อิรักมาแล้ว ถล่มอัฟกาฯไปแล้ว นี่ถ้าเกาหลีเหนือมีอะไรให้ไปขนกลับได้และไม่มีพี่จีนแบ๊คอยู่ ก็คงเสร็จอีกเหมือนกัน ผมเดาเอาเองว่า ถ้ารีพับบริกันได้รับเลือกมาคราวหน้า สงสัยอิหร่านจะเดือดร้อน ไม่น่าพลาด

ที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลย คือ ตัวจี๊ด อย่างเจ๊ เพ-ลิน เจ๊เป็นแคดิเดท (candidate- ผู้เข้าชิง) รองปธน.คราวที่คู่กับปู่จอห์น แมคเคน ประกาศตัวว่าเป็น “ฮอคกี้มอม” เต็มตัว แต่ตอนหลังโดนแฉว่า อีเจ๊ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย แถมมีสุนทรพจน์สุดฮาอีกว่า “บ้านฉัน มองเห็นรัสเซีย เพราะฉะนั้นใครจะรู้ดีเรื่องรัสเซียไปกว่าฉันอีก” เล่นเอาฮาครืนกันทั้งประเทศ ด้วยเพราะบ้านเจ๊อยู่อาลาสก้า เจ๊เลยว่าไปอย่างนั้น พูดกันให้หนาหูว่า คนที่เป็นรีพับบริกันแต่ไม่เลือกปู่แมคเคน เพราะว่า “กลัว” กลัวว่าถ้าปู่แมคเคนได้เป็นปธน.แล้วปู่แกก็อายุมากแล้ว ถ้าเกิดปู่มาชิงจากไปซะ เจ๊เพ-ลินจะต้องมาเป็นปธน.แทน ผู้คนจะรับความฮาไม่ไหว เลยต้องยอมไปเลือกโอบามา ด้วยความจำใจ

ส่วนฝั่งเดโมแครต จะออกแนว หัวก้าวหน้า สนับสนุนให้คนทำแท้งได้ คนเพศเดียวกันแต่งงานกันได้ถูกกฏหมาย จะเก็บภาษีเพิ่ม เพราะจะเอาไปช่วยคนจน จะยกเลิกกฏหมายมีปืน อะไรอย่างนั้น นักการเมืองฝั่งนี้ก็ ปธน.คลินตันสุดหล่อ ที่ดันเกิดกรณี ให้น้องลูวินสกี้อมนกเขาซะงั้น มีรองปธน.ชื่อ อัล กอร์ คนที่ชอบออกมาพูดเรื่องช่วยลดภาวะโลกร้อน แต่โดนแซวว่านั่งเครื่องบินเจ็ทไปพูด นั่นแหล่ะครับ แล้วล่าสุดก็คุณโอบามา ปธน.ผิวสีคนแรกของประเทศนี้ ที่เมื่อคราวเลือกตั้งที่ผ่านมาคนอเมริกันออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งกันมากเป็นประวัติการณ์ เพราะฝั่งรีพับบริกันก็กลัวจะได้ปธน.ผิวดำ ฝั่งเดโมแครดก็กลัวแกจะไม่ได้รับคัดเลือก ทั้งสองฝั่งก็เลยออกมาใช้สิทธิกันใหญ่ ส่วนใหญ่เท่าที่ผมเห็น ประวัติการศึกษาก็ดูดี ความคิดก็ดูดี แต่ไม่ค่อยจะรุ่ง แปลกดี

ฝั่งเดโมแครตนี่ พิเศษหน่อยตรงที่ฝั่งนี้เค้าจะได้รับแรงสนับสนุนจากกลุ่มที่ “ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด” หรือที่เรียกว่า liberal เข้ามาด้วย เพราะฝั่งริเบอร์รอลนี้เป็นกลุ่มที่มีความคิดเป็นอิสระแบบสุดๆ เห็นใจคนกลุ่มน้อยในสังคม เห็นอกเห็นใจ เกย์ เลสเบียน สนับสนุนการทำแท้ง ต่อต้านสงครามเต็มที่ ด้วยแนวคิดแบบนี้ ฝั่งริเบอร์รอลก็เลยมีแนวโน้มที่จะสนับสนุนเดโมแครตไปด้วย เพราะพรรคการเมืองที่มีแนวคิดริเบอร์รอลจริงๆนั้นไม่ค่อยมีบทบาทเท่าไหร่

จอร์จ ดับเบิลยู บุช
ลุงบุช คนลูกนี่ สำหรับผม ผมว่าแกแสบสุดๆ คิดไม่ถึงว่าแกจะได้รับเลือกมาเป็นประธานาธิบดีเป็นรอบที่สอง ตอนรอบแรกที่แกชนะ อัล กอร์ มาด้วยความกังขา เพราะอย่างที่บอกนั่นแหล่ะครับ ถ้านับคะแนนรวม (Popular Vote) ลุงแกสู้ไม่ได้ แต่เค้านับจำนวนเขตทีชนะกันน่ะครับ (Electoral Vote) ลุงแกเลยชนะ แถมเป็นการชนะแบบสูสีที่สุดในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งอเมริกาเลยด้วย ก็ 50% กับ 48% นั่นล่ะครับ ตอนนั้นเชียร์ อัล กอร์ เพราะเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์ ดูยังไง อัล กอร์ ก็ดูดีกว่า ยิ่งหลุดตำแหน่ง ปธน. ไปแค่สองเปอร์เซ็นต์ผมยิ่งเสียดาย

ว่ากันว่า ลุงบุชเนี่ย ภาษาที่แกพูดเนี่ยยังไม่ได้เป็นภาษาที่ถูกต้องตามไวยกรณ์เลยด้วยซ้ำ ซ้ำร้ายเนื้อหา หรือประเด็นที่แกพูดออกมาก็มักจะมีเรื่องฮาๆให้ได้ยินอยุ่บ่อยๆ ผมเจอคลิปวีดีโอที่ลุงแกไปทำเรื่องฮาๆ หน้าขายหน้า ในยูทูปมากมาย และมีคนรวบรวมวาทะฮาๆของแกไว้ด้วย จัดอันดับ หนึ่งถึงห้าสิบกันเลยทีเดียว ลองไปดูในนี้ดูนะครับ ผมชอบ ขำดี
http://politicalhumor.about.com/od/bushquotes/a/dumbbushquotes.htm
หรือ แอคชั่นฮาๆ เช่น ระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำทางเศรษฐกิจโลก แกลุกเดินผ่านเก้าอี้ของผู้นำเยอรมันที่เป็นผู้หญิง แกก็ไปบีบ ไปนวดคอ ผู้นำหญิงของเยอรมันคนนั้นซะอย่างนั้น จนเธอต้องยกแขนขึ้นมาให้เลิกทำ นับเป็นสุดยอดความป่วง หลุดโลกของแกเลย

เมื่ออเมริกันตีกับชาวบ้าน

ตอนที่ผมยังอยู่เมืองไทย มีครูอาสาสมัครหนุ่มสุดหล่อบินมาจากอเมริกา เคยคุยกันตอนเล่นบาสเรื่อยเปื่อย แกบ่นให้ฟังว่าอีตา จอร์จ บุช คนลูกเนี่ย สติวปิด (stupid – โง่บรม, โคตรงี่เง่า ฯลฯ) มากๆ ไองงมาก คนอเมริกันเลือกเข้ามาเป็นประธานาธิบดีได้งายยย ไอรู้สึกอายมากๆที่มีประธานาธิบดีแบบนี้ ตอนคุยกันนั้นเป็นช่วงที่สงครามอิรักเริ่มใหม่ๆ อเมริกันส่งทหารไปลุยอิรัก ห่างกันครึ่งโลก แต่อเมริกาบอกทหารว่า “ไปรบเพื่อชาติเถิด” ฮาาาาป่ะล่ะ (ชาติใครวะ – ผมถามตัวเอง) วิธีคิดแบบนี้ ทหารอเมริกันใช้มาตลอด ตั้งแต่สงครามเวียตนามโน่นแล้ว สงครามอัฟกาฯก็ยังเหมือนเดิม

สมัยบุชคนพ่อ แกประกาศสงครามกับอิรักไปรอบนึง ชื่อว่า “สงครามอ่าวเปอร์เซีย” (บางทีเรียกว่า ปฏิบัติการ “พายุทะเลทราย” ตามปฏิบัติการทางทหารตอนนั้น) เริ่มมาจากอิรักที่อยู่ติดกับคูเวต อยู่ดีๆ ก็ส่งทหารเข้าไปบุกคูเวตซะงั้น พี่กันซึ่งถือว่าตัวเองเป็น “จ้าวโลก” บ้าง เป็น “ผู้พิทักษ์โลก” บ้าง ก็ร่วมกับทหารสหประชาชาติ (มีไทยด้วยเปล่าจำไม่ได้ละ) ส่งทหารเข้าไปลุยเพื่อช่วยคูเวตน้องเล็ก โดยขอตั้งฐานทัพอยู่ในซาอุ ตอนนั้นคนเชียร์อเมกันกันค่อนโลก เพราะลุงซัดดัมแกกวนตรีนนนมากๆ สงครามอ่าวครั้งนั้น วิกีพีเดีย บอกว่า “เป็นสงครามแม่” คือเป็นสงครามเริ่มต้นให้กับสงครามอีกหลายอัน ที่ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันเลยทีเดียว (สงครามอิรัก,สงครามอัฟกัน)

สงครามอ่าวรอบนั้นลุยกันอยู่หกเดือนได้ ซัดดัมแพ้พาทหารกลับอิรักไป อเมริกาถอนทหารกลับประเทศ บุชคนพ่อหมดวาระ มีน้าคลินตันมาคั่นกลางสองสมัย (เจอกรณีลูวินสกี้เข้าไป น้าถึงกับหงอยไปจนทุกวันนี้) แล้วตาบุชคนลูกก็มารับไม้ต่อ เหมือนจะแฮปปี้เอ็นดิ้ง แต่เปล่า ความมั่วก็บังเกิด เกิดเหตุการ 911 (มีเครื่องบินบินไปชนตึกเวิร์ดเทรดที่เป็นสัญลักษณ์ทางเศรษฐกิจของอเมริกา บินไปชนเพนตากอนสัญลักษณ์ทางทหาร และอีกลำกะจะไปชนไวท์เฮาส์สัญลักษณ์ทางการเมืองแต่ลำนี้ตกซะก่อน) จำได้ว่าผมอยู่เมืองไทย กำลังเดินอยู่ในร้านสะดวกซื้อ อยู่ดีๆคุณจักรภพ เพ็ญแข ก็ออกมารายงานข่าวในโทรทัศน์ พร้อมภาพตึกเวิร์ดเทรดที่ควันไฟลอยออกมาจากข้างตึก ยืนดูอยู่ซักพักก็เห็นเครื่องบินอีกลำบินเข้าไปชน ตอนนั้นได้แต่ งงๆ คิดแต่ว่า หยั่งกะหนังแน่ะ ไม่รู้เลยว่ามันจะกลายเป็นต้นเหตุของอะไรอีกหลายอย่างบนโลกใบนี้

หลังจากตาบุชคนลูกตั้งหลักได้ (สื่ออเมริกันล้อกันสนั่น ว่าแกตัดสินใจอะไรไม่ออกเลย ตอนที่รู้ข่าวขณะกำลังเล่านิทานให้เด็กในโรงเรียนอนุบาล แกก็ทำหน้าเหวอๆ เล่านิทานต่อไป) แกก็ออกมาแถลง “ประกาศสงครามกับผู้ก่อการร้าย” ด้วยสีหน้าขึงขัง และสงครามค้นหาตัว บินลาเดน ก็เริ่มมาตั้งแต่นั้น อเมริกันส่งทหารไปอัฟกานิสถาน ที่ตั้งของกลุ่มอัลเคด้า (รู้ได้ไงวะ) ส่งไปมากมาย ส่งอุปกรณ์ เครื่องบิน รถถัง จนเต็มกรุงคาบูลเมืองหลวงอัฟกาฯ ผมคิดว่า ตาลุงบินลาเดน ไม่รอดแหง แต่จนบัดนี้ผ่านไปสิบปีแล้ว ทหารอเมริกันตายไปเพียบ คนอัฟกันตายไปอีกไม่รู้เท่าไหร่ จับเชลยมาขับไว้จนแน่นคุกที่กัวตานาโม(คุกสำหรับนักโทษที่อเมริกาไปขอทำไว้ที่คิวบา ทำในประเทศตัวเองไม่ได้ เพราะขัดกฏหมายสิทธิมนุษยชนตัวเอง เลยเอาไปตั้งในประเทศอื่นซะงั้น) แต่บินลาเดนก็ยังไม่เคยถูกจับได้ ผมคิดมาตลอดว่า นี่แมร่งเหตุผลของการขอใช้เงินซื้ออาวุธ สนอง need ของอีตาบุชชัดๆ

อย่างที่ผมว่าล่ะครับ เหตุการณ์ 911 มันเหมือนจุดเริ่มต้นของอะไรอีกหลายอย่าง คนอเมริกันบางส่วน(ย้ำว่าบางส่วน) เริ่มหวาดกลัวกับ การก่อการร้าย และความคิดนี้ถูกซ้ำเติมด้วยการที่มีจดหมายหลายสิบฉบับ ถูกส่งไปที่ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และสำนักงานวุฒิสมาชิก ในซองจดหมายเหล่านั้นมีเชื้อแอนแทร็กซ์ บรรจุอยู่ มีคนอเมริกันตายไปหลายคน ติดเชื้ออีกเป็นสิบ ลุงบุชใช้เรื่องนี้เป็นเหมือน “แส้” ที่หวดใส่ชาวอเมริกันทั้งหลายอยู่ตลอดเวลาที่แกดำรงตำแหน่ง ปธน. เหมือนไม่อยากให้ชาวอเมริกันหายเจ็บแสบ ยังไงยังงั้น

สงครามอัฟกันฯ เริ่มไปสองปี ลุงบุชก็เอาอีกแล้ว จับมือกับอังกฤษ ประกาศว่าจะลุยอิรัก เพราะคิดว่า ซัดดัมต้องเก็บ “อาวุธเชื้อโรค” ไว้แหงม (ตอนหลังมีแถมอาวุธเคมี กับนิวเคลียร์เข้าไปด้วย) ผมจำได้ว่า ตอนนั้นมีแต่คนสงสัยว่า “มรึงรู้ได้ไงวะ” อเมริกันเคยเอาวีดีโอที่บอกว่าถ่ายจากดาวเทียม ระบุว่าเนี่ยแหล่ะเป็นโรงงานอาวุธเชื้อโรคของอิรัก (แต่ผมดูไงก็เห็นแต่เงาดำๆสี่เหลี่ยมที่มองออกว่าเป็นแค่ตึก แค่นั้นแหล่ะ) ตอนนั้นใครห้ามก็ไม่ฟัง แถมอเมริกายังบอกอีกว่าตาซัดดัมสนับสนุนอัลเคด้า(กลุ่มของบินลาเดน โจทย์เก่าของพี่กันเค้า) คนถามหาหลักฐานว่า “มรึงเอาอะไรมาพูด” พี่กันบอกว่า “กรูไม่มี แต่กูว่างั้นอ่ะ จะทำไม”

สหประชาชาติตั้งกรรมการ แล้วก็เข้าไปตรวจสอบ สรุปผลว่า “ไม่มีโว้ยยย อาวุธเชื้อโรคที่เอ็งว่าน่ะ” พี่กันไม่สน (เชรรี่ยยยย แล้วกรูจะมีสหประชาชาติไปทำไมวะเนี่ย) ร่วมกับอังกฤษและอีกหลายประเทศ(ที่ถูกบีบคอให้เข้าร่วม) ส่งทหารเข้าไปลุยอิรัก แบบไม่สนโลก ตอนนั้นคนด่ากันทั้งโลก ว่ามึงบ้าไปแล้ว แต่ลุงบุชไม่สน ส่งทหารเข้าไปเพียบ

แต่แทนที่จะเข้าไปค้นหาอาวุธเชื้อโรค ดันส่งทหารเข้าไปเฝ้าโรงกลั่นน้ำมัน แท่นขุดน้ำมัน ซะอย่างงั้น ตอนนั้นบอกตรงๆ หงุดหงิดกับพฤติกรรม “อันธพาลโลก” ของอเมริกันมากๆ ผมเป็นคนชอบอ่านเรื่องประวัติศาสตร์อยู่แต่เดิม ชอบประวัติศาสตร์ของอิรัก (ไม่ได้ชอบซัดดัมนะ) ที่เป็นพื้นที่ของอารยธรรมบนลุ่มน้ำไทกริช -ยูเฟรติช แหล่งกำเนิดของอารยธรรมต่อเนื่องอีกหลายชุด พิพิธภัณฑ์ในอิรักตอนนั้น โดนปล้นเรียบ โบราณสถานโดนระเบิดย่อยยับหมด ไอ้ของแบบนี้น่ะ หายแล้วหายเลยครับ หาอะไรมาแทนก็ไม่ได้แล้ว เซ็งมากครับตอนนั้น ทหารอเมริกันไม่สน เฝ้าบ่อน้ำมันอย่างเดียว

Advertisements