วันนี้ไปเรียนภาษาอังกฤษ ครูเอาอาติเคิลให้อ่าน(article) เกี่ยวกับการแสดงความคิดเห็นต่อการถูกจำกัดสิทธิ เสรีภาพ ของคนกลุ่มน้อย บางกลุ่มในสังคมอเมริกัน เช่น กลุ่มคนผิวดำ คนอเมริกันพื้นเมือง ด้วยการแสดงออกโดยไม่ใช้ความรุนแรง (nonviolence) เพราะการใช้ความรุนแรงไม่ได้เป็นการแก้ปัญหา แต่กลับทำให้ปัญหานั้นยุ่งยากมากขึ้นกว่าเดิม

อ่านเสร็จก็คุยกัน แลกเปลี่ยนกันไปมา ครูเล่าให้ฟังว่า คนอเมริกัน(ตามมุมมองของครู) บางส่วน มีปัญหาเรื่องการไม่สามารถอยู่กับตัวเองได้ ไม่สามารถแสดงความคิดที่เป็นตัวเองอย่างแท้จริงได้ ทำได้แต่การแสดงออก เพื่อแสดงว่ามีตัวตนอยู่ เท่านั้น

ครูเคยให้เด็กในโรงเรียน ทั้งเด็กประถม และเด็กวัยรุ่น อภิปรายถึงฮีโร่ของตัวเอง ปรากฏว่า ฮีโร่ของเด็กๆ มีแต่ฮีโร่ทางกีฬา และดารา เท่านั้น

ผมคิดว่า ส่วนหนึ่งก็สะท้อนความรู้สึกของเด็ก ตามสิ่งที่เด็กได้รับการป้อนจากสื่อโทรทัศน์ เพลง และเป็นไปตามวัย แต่ส่วนหนึ่งหลังจากที่คุยกับครูของผมแล้ว ก็คิดว่า มันคงเป็นจากแนวคิดแบบ “อเมริกัน” ที่ต้องการเป็น somebody ไม่ต้องการเป็นแค่ nobody นั่นเอง

มีช่วงนึงของการสนทนา ผมถามครูว่า ในสถานการณ์หนึ่ง ผมใช้คำว่า just ถูกต้องหรือไม่ ผมเล่าให้ครูฟังว่า เมื่อกำลังเล่นบาส เพื่อนบอกผมว่า “You are good at basketball” แล้วผมบอกว่า “I just play for fun” ครูร้องว้าว บอกว่า ถูกต้อง แถมสำทับเรื่อง ความคิดพื้นฐานของคนอเมริกัน ที่คล้ายกับว่ากำลังแข่งบาสเก็ตบอลอยู่ตลอดเวลา

ครูยกตัวอย่าง ว่า ในสภาฯ ของอเมริกันนั้น ก็มีลักษณะเหมือนกับทุกคนกำลังแข่งบาสเก็ตบอล กันแบบเอาเป็นเอาตาย ต้องชนะ ต้องชนะ และ ต้องชนะ เท่านั้น เป็นคำตอบเดียวเท่านั้น ไม่เฉพาะแต่ผู้แทนในสภา แต่รวมไปถึงวิธีการใช้ีชีวิตของคนอเมริกันส่วนใหญ่ด้วย

พอครูเล่าเรื่องนี้ ผมเลยเล่าให้ครูฟังว่า ผมรู้สึกเหมือนกัน เวลาไปเล่นบาส เพราะผมคิดเสมอเวลาเล่นกีฬาว่า “ไม่ต้องชนะก็ได้ แต่ต้องสนุก” แค่นั้นจริงๆ ดังนั้น เลยมีบางครั้งที่ผมก็ปล่อยๆให้เพื่อนที่อยู่อีกทีม ทำคะแนนไปแบบสบายๆ ไม่ต้องไปซีเรียสอะไรมาก แต่กลายเป็นว่า เพื่อนร่วมทีมผม หันมาถามผมด้วยอาการหงุดหงิดว่า “What are you doing?” ประมาณว่า “มรึงทำบ้าไรเนี่ย”

นอกจากเรื่องที่ต้องเป็นหนึ่ง เป็นที่สุดแล้ว อีกสิ่งที่ครูบอกผมว่า คนอเมริกันบางส่วนกำลังมีปัญหา คือการไม่สามารถอยู่คนเดียวได้

เรื่องง่ายๆที่เหมือนทำได้ไม่ยาก แต่ไปไปมามา กลับกลายเป็นเรื่องยากไปได้ ผมว่า คงไม่แต่เฉพาะอเมริกันชนเท่านั้นกระมังตอนนี้ คนไทยบางส่วนเองก็อาจไม่สามารถอยู่คนเดียวได้เป็นเวลาซักช่วงหนึ่ง เพราะประเด็นที่มีคนพูดกันมากเรื่อง เท็กซ์กันตลอดเวลา อะไรอย่างนั้น

มีหลายเรื่อง ที่ชอบใจ เช่นระเบียบวินัยเวลาขับรถ ที่อยากกลับไปทำเมื่อกลับเมืองไทย แต่ก็หลายเรื่องที่รู้สึกขัดใจ ก็อย่างเรื่องที่พูดถึงข้างบนนั้นล่ะครับ

เป็นเดือนแล้วที่ผมไม่ได้ไปเล่นบาสกับเพื่อนๆอเมริกันทั้งหลาย เพราะรู้สึก uncomfortable (เจ็บแอว – ภาษาเหนือแปลว่า ไม่สบายเนื้อ ไม่สบายตัว) อย่างแรง รู้สึกว่า มัน competitive (มีการแข่งขัน) กันมากเกินไป เล่นแล้วมันไม่สนุกแล้ว

ผมเคยได้ยินคุณ ศุ บุญเลี้ยง พูดถึงแนวคิดเรื่อง “ใครเข้าที่สองชนะ” ว่า เค้าอยากลองให้มีการแข่งขันวิ่งแบบ ใครเข้าที่สองชนะ เค้าบอกว่ามันคงเป็นการแข่งขันที่สนุกสนานทีเดียว ซึ่งผมก็เห็นว่า มันคงเป็นเรื่องดี ที่จะเปลี่ยนแนวคิดบางอย่างให้กับเด็กๆบ้าง

เรื่องการอยากเอาชนะของอเมริกันนั้น จะว่าแย่เสียทีเดียวก็คงจะไม่ได้ เพราะถึงแม้เค้าจะอยากเป็นผู้ชนะ แต่จากการสัมผัสมาด้วยตัวเองระยะหนึ่งก็พบว่า เค้าก็อยากชนะอยู่บนพื้นฐานของการเคารพกติกา อย่างเคร่งครัด ไม่มีการเอาเปรียบ(มากนัก) ผมพบว่า หลายครั้งที่ถ้าใครซักคนทำผิดกติกา เค้าคนนั้นก็จะเป็นผู้บอกออกมาเองว่า เค้าทำ ไม่มาทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น เนียนๆ เล่นต่อ แต่เรื่องนี้ก็แค่จากประสบการณ์ การเล่นบาสเก็ตบอลนะครับ ในชีวิตจริงไม่รู้เค้าเป็นไงกันมั่ง หรืออาจจะเป็นแค่นิสัยส่วนตัว เฉพาะคนก็ได้

เคยได้ยินคนพูดถึงแนวคิดแบบอเมริกันว่า “Don’t be so humble you’re not that great” ประมาณว่า “เอ็งไม่ได้ดีเลิศอะไร ไม่ต้องถ่อมตัวมากก็ได้” ผมไม่รู้ว่าคนอเมริกันเค้าคิดแบบนี้กันหรือเปล่า หรือว่าเป็นแค่คำพูดตลกๆ พูดกันขำๆ เท่านั้น

Advertisements