เพื่อนผมคนหนึ่งโพสท์ลงเฟสบุ๊ค ลิงค์ถึงบทความที่วิเคราะห์ เกี่ยวกับการที่ประเทศลาวตั้งอนุสวรีย์ของเจ้าอนุวงศ์ขึ้น

ผมตามอ่านต่อไปพบว่ามีมุมให้มองอยู่หลายมุม นึกถึงคำคล้องจองของไทยที่ว่า สองคนยลตามช่อง คนหนึ่งมองเห็นโคลนตม คนสองตาแหลมคม เห็นดวงดาวอยู่พราวพราย… โดยความหมายของคำพูดนี้คงไม่ได้ตรงตามประเด็นที่ผมต้องการเท่าไหร่นัก แต่เอาเถอะ ผมรู้สึกว่า คำมันเพราะดี และผมก็ชอบด้วย ก็นี่มันบล๊อคผมนี่ครับ นี่ไม่ใช่แค่สองคน แต่คนเป็นล้านที่มองเรื่องนี้ แล้วจะไม่ให้เกิดมุมขึ้นมาเป็นล้านมุมได้อย่างไร

ได้ยินมานานแล้วเหมือนกันครับ ที่ว่าคนลาวไม่ได้คิดว่า เจ้าอนุวงศ์เป็นกบถ อย่างที่ไทยเราไปให้ความหมายไว้ แต่ไม่ได้สนใจอะไร ตอนนี้เลยชักอยากรู้ขึ้นมาจริงๆแล้ว

บทความที่ว่า อยู่ในเว็บของมติชน พูดถึงการเขียนประวัติศาสตร์ลงไปในแบบเรียนของไทย ผู้เขียนถามขึ้นมาว่า “ถึงเวลาไปแก้ไขแบบเรียนของไทยแล้วหรือยัง” เมื่ออ่านจบ ผมก็รู้สึกกระตือรือร้น เพราะรู้สึกดีที่จะเห็นความถูกต้องที่น่าจะเกิดขึ้น แต่หลังจากค้นข้อมูลต่อไปซักพัก อ่านไปได้ซักชั่วโมง ความรู้สึกตัวเองก็เริ่มกลับสู่สภาพปกติ

ผมตามอ่านต่อไป โดยใช้คำค้นว่า “เจ้าอนุวงศ์” พบหลายหลากความเห็น แม้กระทั่งเว็บเด็กดี ก็ยังมีถกกันอยู่หลายเร็บ (rep. หรือ reply นั่นแหล่ะครับ) ในเว็บของกระทรวงวัฒนธรรมของไทยก็มีให้อ่าน อันนี้มีข้อมูลมาให้สองด้าน ส่วนใหญ่เน้นไปที่สาเหตุของการพ่ายแพ้ของทัพเจ้าอนุวงศ์

ไปเจอวิกีภาษาไทย มีข้อมูลให้อ่านทั้งสองด้าน แต่ก็รู้สึกว่าเอียงๆไปข้างไทยพอสมควร วิกีพีเดียบอกอีกว่า เนื่องจากสมัยนั้น อาณาจักรล้านช้าง(ก่อนจะมาเป็นลาว) ได้แบ่งออกเป็นสามฝ่ายตามตำแหน่งที่ตั้ง คืออาณาจักรล้านช้างหลวงพระบางทางตอนเหนือ ล้านช้างเวียงจันทน์ตอนกลาง และล้านช้างจำปาสักตอนใต้ ซึ่งล้วนมีผู้ปกครองของตนเองทั้งสิ้น

ดังนั้นในความคิดผม พูดกันตามเนื้อผ้าจะบอกว่าเจ้าอนุวงศ์เป็นกษัตริย์ของ “ลาว” เสียทีเดียว ผมก็คงพูดได้ไม่เต็มปากเต็มคำนัก เพราะเท่าที่อ่านมา เจ้าอนุวงศ์ก็เป็นกษัตริย์ของอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์แต่เพียงอย่างเดียว ไม่ได้ไปเกี่ยวข้องอะไรกับอีกสองฝั่ง แถมเมื่อตอนเจ้าอนุวงศ์ไปขอความช่วยเหลือจากหลวงพระบางให้มารบกับสยาม ก็ได้รับการปฏิเสธ เพราะหลวงพระบางมีใจฝักใฝ่อยู่กับสยามมากกว่า

ในวิกีภาษาไทย ยังให้ข้อมูลอีกว่า หลวงพระบางยังคงเป็นเมืองที่อยู่ใต้อาณัติของไทยเรื่อยมา แม้ตอนสงครามระหว่าง “สยาม” กับ “เวียงจันทน์” ฝั่งหลวงพระบางก็ส่งทัพมาช่วยตลอด จนกระทั่งฝรั่งเศสมายึดไปนั่นล่ะ สยามถึงต้องยอมปล่อยดินแดนฝั่งซ้ายไปหมด เหมือนจะนาน แต่เวลาอ่านเรื่องประวัติศาสตร์ย้อนไปแล้วแล้ว ระยะเวลาร้อยสองร้อยปีนี่ ผมรู้สึกเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง

ประเด็น “เจ้าอนุวงศ์” นี้มีอีกหลายเรื่องให้ตั้งคำถาม อย่างเช่น รูปลักษณ์ของอนุสวรีย์ที่ทำไว้ให้เห็นกล้ามเนื้อชัดเจน ดูมีความเป็นเพศชายอยู่มาก มีบางคน(ในเน็ท)บอกว่า เพื่อให้แสดงความเป็นกษัตริย์ที่ดูยิ่งใหญ่จริงๆ และลบล้างความรู้สึกพ่ายแพ้เมื่อครั้งแพ้สงครามให้กับท้าวสุรนารีซึ่งเป็นหญิง

ประเด็นลักษณะท่าทางที่ถูกจับวางให้หันหน้ามาหาประเทศไทย ผายมือออก และรัฐมนตรีลาวบางคนบอกว่า นั่นเป็นการให้อภัยแก่ผู้มารุกราน ประเด็นนี้ผมว่าคล้ายๆกับ คำบรรยายสำหรับนักท่องเที่ยวที่หน้าหอพระแก้ว ในเวียงจันทน์ ทีเดียว นึกถึงตอนที่ตัวเองไปเวียงจันทน์ แล้วมีโอกาสไปหอพระแก้ว ผมก็จำข้อความไม่ได้ชัดๆแต่ประมาณว่า “พระแก้วองค์จริงนั้น ถูกเอาไปโดยผู้รุกราน” อะไรประมาณนี้

กระโดดไปที่วิกีภาษาอังกฤษ ใช้คำค้นว่า History of Loas ให้ข้อมูลย้อนไปถึงแค่สมัยเริ่มแรก ตั้งแต่ ล้านช้าง และเน้นอยู่แถวๆประวัติศาสตร์ยุคที่ลาวโดนฝรั่งเศสยึด แต่เท่าที่ผมเคยทราบ ก่อนล้านช้างจะถูกรวบรวมเป็นอาณาจักรเดียว ก็มีหลายกลุ่มที่ตั้งถิ่นฐานกันแถบนั้นอยุ่แล้ว วิกีบอกอีกว่า หลักฐานที่พูดถึงประวัติศาสตร์ โดยมี sensational claim มันอาจถูกทำให้ประวัติศาสตร์นั้น กลายเป็นประวัติศาสตร์เทียม (Pseudo history) ไปเสียก็ได้

เรื่องการเขียนประวัติศาสตร์ที่ไม่ตรงกัน ที่เคยเห็นมา เคยอ่านมา มีหลายเคสเหลือเกิน ทั้งเรื่อง ที่นานกิงของจีนกับญี่ปุ่น(ญี่ปุ่นบางส่วนบอกว่าจีนเอากรณีนี้ไปเล่นเพื่อหวังผลทางการเมือง) , เรื่องเกาหลีกับญี่ปุ่น ,เรื่องอิสราเอลกับอาหรับ ฯลฯ ผมยังมองไม่เห็นว่าจะจบลงยังไง ก็เรื่องมันเป็น เรื่องเก่า ที่ไปสืบสาวหาความจริงอะไรยากเย็นเสียเหลือเกิน อ่านแล้วก็ต้องหยุด เพราะคงหาคำตอบไม่เจอ ก็คำตอบมันมีอยู่หลายแบบขึ้นกับว่าจะถามอย่างไร ใครถาม ใครตอบ

เรื่องประวัติศาสตร์ ผมว่าจะไปเอาให้ได้ความจริงคงยาก ก็มันเกิดขึ้นไปแล้ว ผ่านไปก็นานแล้ว(ในแง่ของชีวิตคน) หลักฐานหรือผู้คนที่จะให้ข้อมูล(แบบไม่เอียง) ก็ไม่อยู่แล้ว ผมเลยออกจะเห็นด้วยกับวิธีคิดที่ว่า เอาเรื่องราวแต่ก่อนมาเป็นข้อมูลในการคิด มาเป็นบทเรียน ไม่ให้เกิดความผิดพลาดขึ้นเหมือนที่เคยเกิด ผมแถมไปอีกว่า คิดแบบไม่เอียง ไม่มี “กู” ไม่มี “มึง” เอาแบบมีแต่ “เรา” น่าจะพอ

เพราะแบ่งไปผมก็ไม่เห็นประโยชน์อะไร รังแต่จะทำให้สายตาที่มองไปยังคนอื่นมันพร่ามัว มองไปไม่เห็นถึงความเป็นมนุษย์ที่อยู่ภายใน เพราะถึงอย่างไร เราก็ต่างก็มีโครโมโซม 23 คู่เหมือนกัน เกิดมาแล้วก็ตายไปเหมือนกันเปี๊ยบ เรื่องชาติ ศาสนา แนวคิด เราต่างปรุงแต่งกันเองทั้งนั้น

ผมได้แต่หวังว่ากรณีการตั้งอนุสาวรีย์ “เจ้าอนุวงศ์” ครั้งนี้คงไม่ไปสะกิดแผลเป็น ที่มันไม่ได้เจ็บแล้ว ให้กลับมา “รู้สึกว่าเจ็บ” อีกก็พอ และหวังว่าคงไม่มีการไปสร้างอนุสาวรีย์ แล้วหันหน้าไปหา เพื่อสื่อสารข้อความอะไรประหลาดๆ จากฝั่งนี้เช่นกัน

ลิงค์ไปตามอ่าน ประวัติศาสตร์ลาวครับ
วิกีพีเดียภาษาอังกฤษ
http://en.wikipedia.org/wiki/History_of_Laos

ประวัติศาสตร์ลาว วิกีพีเดียภาษาไทย
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A7

ล้านช้าง
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87

Advertisements