แล้วก็จริงดังคาดครับ เว็บวิกีลีคที่ผมพยายามจะเข้าเมื่อวันก่อนจากที่นี่ เข้าไม่ได้จริงๆ
เว็บข่าว NPR บอกว่า ช่องทางเดิมของวิกีลีคที่ใช้โฮสในอเมริกา ถูกทำการ cripping ผมแปลคำนี้ว่าตัดแขนตัดขา จนหมดสิ้น จนทีมของวิกีลีคต้องย้ายไปใช้โฮสของสวิสฯ ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในสองประเทศคือ สวิสเซอร์แลนด์กับฝรั่งเศส แต่ตอนนี้โฮสท์ในฝรั่งเศสก็ไม่รอดไปแล้ว เพราะว่ารัฐบาลฝรั่งเศสโดนทูตของอเมริกาประนามว่า เป็นแหล่งให้เผยแพร่เอกสาร ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้ ตอนนี้ก็เลยเดี้ยงไปเรียบร้อยแล้วครับ

ส่วนความคืบหน้าของอีตา ผู้ก่อตั้ง ที่ไปโดนข้อหาเกี่ยวกับเพศในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งผมรู้สึกว่า “อะไรมันจะเหมาะเจาะกันพอดิบพอดีขนาดนี้” แกก็ยังหายตัวไป แต่คุณทนายความแกก็บอกว่า เค้าไม่ได้หนีคดี แต่กำลังซ่อนตัวเพราะเหตุผลเรื่องความปลอดภัยต่อชีวิตเค้าตะหาก ผมอ่านแล้วก็ยิ่งขอย้ำว่า มันช่างเหมือนหนังฮอลลีวู้ดเข้าไปทุกทีแล้วครับ พล็อตนี้รับรองไม่พลาดแน่ๆ อีกไม่นานคงได้ดูกัน

วิกีลีกส์นั้น ให้นิยามตัวเองไว้ว่า เป็น whistle-blower ซึ่งแปลว่า คนที่คอย “แฉ” เวลามีอะไรไม่ชอบมาพากล รากศัพท์คำนี้ผมไปเปิดดูมาได้ความว่า มาจากที่ตำรวจเค้าคอยเป่านกหวีดเวลามีเรื่องอะไรผิดกฏหมายนั่นแหล่ะครับ และผมชอบประโยคที่คุณผู้ร่วมก่อตั้งวิกีลีคส์ พูดไว้ว่า “ตอนนี้สงครามข้อมูล มันได้เริ่มขึ้นแล้ว สนามรบก็อยู่ในวิกีลีกส์นั่นแหล่ะ ส่วนเหล่าทหารก็คือพวกคุณนั่นไง”

โดยส่วนตัวผมก็ไม่มีปัญหาอะไรกับประเทศนี้หรอก แต่ไอ้การกระทำบางอย่างมันก็ดูขัดหูขัดตาเสียจริงๆ สำหรับนโยบายระหว่างประเทศ ต่อประเทศอื่นๆ ที่เข้าไปแทรกแซง ซึ่งผมขอใช้คำว่า “สาระแน” ก็แล้วกัน ไปเสียหมด โดยทุกเรื่องที่เข้าไปยุ่งนั้น เหตุผลที่ใช้อ้างต่อชาวโลกคือ เพื่อความมั่นคงของโลกนี้ แต่อาเจนด้าที่มีคือ เพื่อผลประโยชน์ของอเมริกาเป็นแน่แท้ เป็นสิ่งที่ผมขัดอกขัดใจพอสมควร และการบอกว่า ทหารที่ไปรบในประเทศชาวบ้านนั้น เป็นผู้เสียสละเพื่อชาตินั้น มันก็ดูไม่เมกเซนส์เอาเสียเลย แต่เอาเถอะครับ ประเทศใครใครก็รัก วิกีลีกส์ออกมาแฉซะขนาดนั้น มันก็ต้องตามปิด ตามจิก ตามกัด เป็นเรื่องธรรมดา

อีกอย่างที่น่าสนใจคือ ในเอกสารที่นำมาเผยแพร่จำนวน เก้าพันกว่าฉบับนั้น (ซึ่งผมก็ยังสงสัยว่า มันหลุดมาได้ไงเยอะแยะขนาดนั้น) ถ้ามันไม่ได้มีอะไรที่เป็นเรื่องซ่อนเร้นในการดำเนินการเกี่ยวกับการทำสงครามของอเมริกาจริง ทำไมพี่กันถึงต้องเต้นซะขนาดนั้น อย่างงี้มันก็ยิ่งน่าสงสัยน่ะสิครับ ยิ่งปิดคนก็ยิ่งอยากดู อันนี้เรื่องธรรมดาที่สุด

ที่อัพเดทกันแบบชั่วโมงต่อชั่วโมงชนิดที่ต้องนั่งหน้าจอกดปุ่มรีเฟรชกันเลยทีเดียว ก็คือท่าทีของคุณโอบามา (ปล่อยให้สำนักข่าวเค้านั่งเฝ้าไปละกันครับ ผมมารออ่านทีหลังก็แล้วกัน) เมื่อบ่ายสามโมงที่ผ่านมาคุณโอบามาบินไปเยี่ยมทหารอเมริกันในอัฟกานิสถานอย่างลับๆเรียบร้อยแล้ว (ตอนที่ผมนั่งพิมพ์อยู่นี่คือเวลาสี่โมงเย็น) ไม่มีการอัพเดทใดๆจนกระทั่งแลนดิ้ง รวดเร็วทันใจ สมกับเป็นประเทศบิ๊กเบิ้มจริงๆครับ ดูเท่ห์ไม่หยอกที่นึกจะบินไปไหนในโลกก็ไปได้ดั่งใจ ทำเหมือนกับว่าบินไปโบกมือทักทายทหารที่อัฟกานิสถาน เพื่อสยบกระแสวิกีลีกส์ ใกล้ราวกับขับรถไปซื้อคริสปี้ครีมหน้าปากซอยก็ไม่ปาน

เรื่องนี้ยังอีกยาวครับ คงได้ตามกันอีกหลายตอน ผมว่านะ

Advertisements