ผมตั้งใจจะเขียนเรื่องที่อ่านเจอจาก wikipedia เป็นภาษาไทยทุกวัน โดยหวังจะเขียนให้เป็นการอ่านแบบ “อ่านเอาเพลิน” มิใช่เป็น “อ่านเอาเรื่อง” แต่เพียงอย่างเดียว (และมิได้หวังให้เป็นการ “อ่านหาเรื่อง” ด้วยครับ ฮ่ะๆๆ) หวังว่าผู้อ่านก็จะเพลิดเพลินไปกับผมด้วย

ไหนๆก็จะเริ่มต้นจากการเอา Widipedia มาเขียนแล้ว ก็ขอเขียนเรื่องที่เกี่ยวกับ เจ้า Wikipedia นี่เลยแล้วกัน เป็นการประเดิม ซึ่งต่อจากนี้ผมจะขอเรียก Wikipedia สั้นๆว่า Wiki เพราะผมขี้เกียจพิมพ์ยาวๆ

ผมจำได้ว่าสมัยที่ผมเป็นเด็ก น่าจะอยู่ซักชั้นประถม มีกระแสที่เริ่มเกิดใหม่คือ การมีสารานุกรมไว้ที่บ้าน เพื่อให้ลูกหลานได้มีนิสัยรักการอ่าน และมีแหล่งค้นคว้าและอ้างอิง สิ่งที่แปลกใหม่ต่อจากนั้นคือ อาชีพขายสารานุกรม ที่เป็นการขายแบบ ขายถึงหน้าประตูบ้าน ที่หลายคนเรียกว่า “ขายตรง” นั่นล่ะครับ

วันเสาร์อาทิตย์ นั่งดูทีวี ทำการบ้านอยู่ที่บ้าน ก็จะมีพี่ๆ ผู้ชายบ้าง ผู้หญิงบ้าง เดินมากดออดหน้าบ้าน มีท่าทางกระตือตือร้น อยากจะขอคุยกับพ่อหรือแม่ หรือผู้ใหญ่คนไหนก็ได้ แม้กระทั่งคุณย่าของผม ที่ท่านอ่านหนังสือไม่ออกซักตัว

ที่ผมจำได้แม่นคือ พี่ๆจะพูดกับผมด้วยภาษาที่ไพเราะเพราะพริ้ง แบบที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อน จริงๆที่บ้านผมก็พูดกันเพราะๆนะครับ แต่พี่ๆที่เค้ามาขายสารานุกรม เค้าพูดเพราะมากเกินจริงไปสามเท่าตัว เช่น เรียกผมว่า “คุณหนู” อะไรอย่างนั้นเลยทีเดียว

สิ่งที่เด็กประถมอย่างผมตื่นเต้นคือ หนังสือเล่มใหญ่ ที่พี่ๆหยิบออกมาจากกล่อง หนังสือเหล่านั้น มีสีสันสดใส จำนวนไม่ต่ำกว่าสิบเล่ม แต่ละเล่มความหนาของมันเหมือนเอาสมุดมาวางซ้อนกันซักสิบเล่มเห็นจะได้ และพี่ๆก็เชื้อเชิญให้ผมหยิบจับ เปิดอ่านอย่างไม่มีท่าทีหวงห้าม

แต่ทว่าผมก็ไม่ได้เจ้าสารานุกรมชุดนั้นไว้ครอบครองหรอกครับ เพราะราคาของมัน เกือบจะเท่ากับรายรับของพ่อและแม่ผมทั้งเดือนเลยทีเดียว

แล้วผมก็ลืมเจ้าสารานุกรมพวกนี้ไปในเวลาไม่นาน ชีวิตสนุกสนานอยู่กับการวิ่งเล่น ดูการ์ตูนช่องเก้าตอนเช้า

จนกระทั่งเข้าเรียนมัธยม ผมจึงมีโอกาสได้อ่านสารานุกรมอีกหลายแบบ ทั้งของไทย ของต่างประเทศ แล้วชีวิตก็ห่างหายไปจากสารานุกรมอีกครั้ง

กลับมาเจอสารานุกรมอีกครา เมื่อชีวิตเกี่ยวข้องอยู่กับอินเตอร์เน็ท สารานุกรมที่ว่าอยู่ในอินเตอร์เน็ท และมันชื่อว่า Wikipedia นั่นล่ะครับ

คุณ Jimmy Wales (จิมมี่) และคุณ Larry Sanger (ลาลี่) เคยทำงานด้วยกันเมื่อครั้งทำเว็บไซท์แห่งหนึ่งชื่อ Nupedia เป็นเว็บไซท์ที่บอกได้เลยว่าเป็นสารานุกรมฉบับอินเตอร์เน็ทเว็บแรกๆ มีขั้นตอนการสร้างเนื้อหาตรงตามแบบแผนทั่วไปของการสร้างสารานุกรม โดยผู้เขียนเรื่องเกี่ยวกับสิ่งใด จะต้องเป็น ผู้เชี่ยวชาญ ของเรื่องนั้นอย่างแท้จริง และผู้ตรวจสอบจะต้องมีปริญญาเอกเหน็บเอวมาด้วย

ตั้งแต่ตอนเริ่มทำ Nupedia คือเดือนมกราคม ปี 2000 จนกระทั่งเดือนธันวาคม เวลาผ่านไปสิบสองเดือน แต่เว็บ Nupedia กลับมี หัวข้อสารานุกรมออกมาให้คนอ่านได้เพียง “สอง” หัวข้อเท่านั้น

ดังนั้น คุณจิมมี่ และ คุณลาลี่ จึงริเริ่มการทำโปรเจคคู่ขนานกันไปกับ Nupedia โดยเริ่มกระจายข่าวทางผู้ร่วมงานเดิมกับ Nupedia ให้สามารถเข้ามาเขียนหัวข้อที่ตัวเองมีความรู้ได้ โดยลดขั้นตอนบางอย่างลง เขาตั้งชื่อมันว่า Wikipedia กระทั่งสิ้นสุดปี 2001 มีหัวข้อใน Wiki ทั้งหมดประมาณ 80,000 หัวข้อ จาก 18 ภาษา

ผมมาเจอ Wiki เอาเมื่อปี 2002 ได้ ถ้าจำไม่ผิดคงเป็นช่วงเดียวกับที่อินเตอร์เน็ทความเร็วสูงในประเทศไทยเริ่มอยู่ตัว ด้วยเหตุการณ์สร้างวีรบุรุษ  ผมเข้าไปวนเวียนป้วนเปี้ยนอยู่ในวิกีเพราะต้องหาอะไรอ่านขณะเรียนปริญญาโท แล้วก็เลยเสพติดวิกีมาตลอด หยุดบ้างบางช่วง เป็นๆหายๆมาเรื่อย

ถึงวิกีพีเดียจะออกตัวว่าเป็นสารานุกรม แต่ก็เป็นสารานุกรมที่เปิดโอกาสให้คนเข้าไปลงข้อมูลได้อย่างอิสระ เข้าไปแก้ไขเรื่องที่คนอื่นเคยลงไว้ได้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องมีแหล่งอ้างอิงด้วย เท่าที่ผมทราบงานเขียนทางวิชาการยังไม่ยอมรับการอ้างอิงที่มาจากวิกีพีเดีย

ผมเคยไปเที่ยวบ้านเพื่อนฝรั่ง เค้าเป็นสถาปนิกกันทั้งสองคนผัวเมีย ระหว่างพาเที่ยวดูบ้านที่เค้าออกแบบเอง ผมก็มองเห็นชั้นหนังสือหน้าบันได ความสูงประมาณเข่า มีสารานุกรมอยู่เต็มชั้น น่าจะถึงยี่สิบเล่ม เขาบอกว่าเขาเลือกสารานุกรมชุดนี้ไว้ที่บ้าน เพราะเห็นว่ามีประโยชน์กับเด็กๆ เวลาเค้าอยากมาเปิดอ่านแบบไม่ต้องใช้คอม ตอนแรกก็ไม่ได้คาดหวังว่าลูกๆเค้าจะชอบ แต่ปรากฏว่าพอมันเป็นหนังสือที่จับต้องได้ เห็นรูปได้ในมือ กลายเป็นว่าเด็กๆก็ชอบมัน เค้าว่าลูกๆยังหยิบมาอ่านกระทั่งเขาเป็นวัยรุ่นเลย ผมรู้สึกว่า ถึงสารานุกรมแบบที่เป็นเล่ม เป็นหนังสือ อาจจะดูไม่ทันสมัย ไม่อัพเดท แต่ถ้าเราสามารถเลือกอ่าน เลือกใช้ข้อมูล สารานุกรมฉบับที่เป็นเล่มก็ยังน่าจะมีติดบ้านไว้ให้เด็กๆได้อ่านอยู่เหมือนกัน

ขณะที่เขียนนี้ วิกีบอกว่า เฉพาะภาษาอังกฤษ เค้ามีหัวข้ออยู่ทั้งหมด สามล้านกว่าหัวข้อแล้ว ผมบอกกับตัวเองว่า อ่านวันละสองหัวข้อ อ่านแล้วตาย เกิดใหม่มาอ่านต่ออีก ตายแล้วเกิด อีกสองรอบก็ยังอ่านไม่หมด

มองไปรอบตัว อยากรู้เรื่องอะไร ลองเอาคำนั้นพิมพ์ลงไปในวิกี ประเดี๋ยวก็ได้เสพ ง่ายแสนง่ายครับ สำหรับคนชอบอ่าน ผมมีคำแนะนำนิดนึงครับ หาเพลงสบายๆซักชุดที่โปรด เปิดไว้คลอๆ แล้วเปิดหน้าต่างให้แสงแดดส่องเข้ามาในบ้าน รับรองครับ เงยหน้าจากการอ่านอีกที เวลาคงผ่านไปเหมือนมีปีกบิน

วันก่อนครูแมรี่ที่ผมเรียนภาษาอังกฤษด้วยทุกวันพุธ ยื่นบทความให้อ่าน เป็นประวัติของ เบญจมิน แฟรงกลิน (ไม่บอกหรอกครับว่าเค้าเป็นใคร ถ้าอยากทราบ ให้ไปเปิด wiki หาเองนะครับ ฮ่ะๆ) มีประโยคนึงที่ผมชอบมากคือ เบนจมินบอกว่า พ่อของเค้าจะให้เงินเค้าน้อยมาก และเงินที่ให้มาเนี่ย ก็เป็นเงินที่ให้เอาไปซื้อหนังสืออ่านเป็นหลัก ถือว่าเป็นการใช้เงินที่ดูดีจริงๆ

สารานุกรมไม่ได้จำเป็นต้องเป็นหนังสือเล่มหนา หน้าตาเคร่งขรึมเสมอไปหรอกครับ สำหรับผม วิกีพีเดีย หน้าตาน่าคบ เข้าถึงง่าย ก็เป็นสารานุกรมสำหรับผมได้เหมือนกัน ขอเชิญทุกท่านไปทัศนาครับ

Advertisements